โครมบุ๊ค อาวุธชิ้นใหม่ของ Google ในการขยายอำนาจไอที

การต่อสู้ระหว่างบริษัทไอทีและคอมพิวเตอร์เพื่อแย่งชิงตลาดด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ยังคงทวีความดุเดือดอย่างไม่หยุดยั้ง เมื่อ Google ได้กลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของ Microsoft อีกครั้ง

MediaPad 'แท็บเล็ตตัว'แรกของบริษัท Huwei

หัวเว่ย (Huwei) ประกาศเปิดตัว MediaPad 'แท็บเล็ตตัว'แรกของทางบริษัทที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 7 นิ้ว และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 3.2 ซึ่งการทำงานส่วนใหญ่จะไม่ต่างจาก Android 3.1 มากนัก ยกเว้นการออกแบบให้ทำงานบนแท็บเล็ตจอที่มีขนาดเล็กได้ดีกว่า MediaPad ของ Huawei จะมีหน้าจอ LCD ทำงานในระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว สามารถเล่นวิดีโอ 1080 HD ได้อย่างลื่นไหล พร้อมพอร์ต HDMI โดยภายในใช้ซีพียูดูอัลคอร์ของ Qualcomm ความเร็ว 1.2GHz กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล.

Nokia และ ِApple ตกลงเรื่องสิทธิบัตร

หลังจากเป็นคดีกันอยู่ระยะเวลาหนึ่ง ในที่สุด Apple ก็ปิดการเจรจากับ Nokia แบบต่างฝ่ายต่างพอใจในข้อตกลงที่ลงตัวกัน เป็นที่เเรียบร้อยแล้ว ในวงการ ไอทีโลกไม่เฉพาะแค่สองคู่กรณีนี้เท่านั้นที่มีปัญหาในเรื่องนี้ บริษัทที่ดังๆ หลายบริษัทก็เป็นคู่ กรณีในเรื่องแบบนี้อยู่ในศาลกันมากมายเช่นกัน การฟ้องกันระหว่างบริษัทอันเนื่องมาจากบรรดาสิทธิบัตรต่างๆ ดูจะเป็นเรื่องที่ใช้ได้ผล ทั้งในแง่หารายได้ กับเอาไว้สกัดขาคู่แข่งบ้าง คดีหนึ่งที่เคยเป็นข่าวผ่านมา นั้นคือเรื่องของ Nokia ฟ้อง Apple ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์สิทธิบัตรเทคโนโลยีการสร้างโทรศัพท์

กูเกิล อินสตั้น เพจ ความรวดเร็วในการค้นหา

รายงานข่าวที่เกียวกับ Google อีกสักชิ้นนะครับ เพราะช่วงนี้ดูท่าจะเร่งเครื่องบริการอย่างเต็มที่ (ล่าสุดรุกหนัก แม้แต่ทีวีในบ้านเรายังมีโฆษณาบราวเซอร์ Chrome โผล่ให้เห็นเป็นระยะๆ) หลังจากเมื่อวานได้แนะนำการค้นหาด้วยเสียงพูด และภาพแล้ว วันนี้ Google ประกาศเปิดตัวบริการ Instant Pages อย่างเป็นทางการ ซึ่งคุณสมบัติใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดเข้าหน้าเว็บจากลิงค์ผลลัพธ์ ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมได้แทบจะทันที เมื่อคืนนี้ตามเวลาในบ้านเรา Google ได้ประกาศเปิดตัวคุณสมบัติใหม่ที่เรียกว่า Instant Pages

Nook Touch ความลงตัวของการท่องเว็บบนเครื่องอ่านอีบุ๊ค

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IT NEWS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IT NEWS แสดงบทความทั้งหมด

11.24.2554

ผลสำรวจสินค้าไอที ที่ผู้รับอยากได้เป็นของขวัญในช่วงปีใหม่นี้!



วันที่: 20 พฤศจิกายน 2011 
แม้ว่าช่วงนี้ประเทศไทยยังต้อ งฝ่าวิกฤตน้ำท่วมอย่างหนักเชื่อว่าหลายท่าน  คงประหยัดเงินไว้สำหรับการฟื้นฟู หรือซ่อมบ้านหลังน้ำลด ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างมากเลยทีเดียว แต่ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นร้ายๆแบบนี้ เป็นปกติจะเป็นช่วงฤดูเตรียมซื้อของขวัญเพื่อมามอบให้กันในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่กันแล้ว ซึ่งตอนนี้ชาวสหรัฐอเมริก ก็เริ่มปล่อยโปรโมชั่นในการซื้อของขวัญในช่วงนี้ด้วย เลยได้รวบรวมสถิติต่างๆว่า Gadget สินค้าไอทีไหน? ที่ผู้รับอยากได้มากที่สุด
รายงานจาก Nielsen ได้สัมภาษณ์กับเด็กๆและผู้ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 3000 คน โดยได้ตั้งคำถามถึง สินค้าไอทีไหนที่คุณอยากได้มากที่สุด แล้วมาบันทึกเป็นสรุปสถิติมาเป็นข้อมูลประกอบให้คุณได้รับทราบข้อมูลก่อนสั่งซื้อเตรียมของขวัญกันในช่วงปีใหม่ ผลสรุปได้ข้อมูลดังนี้ 
ผลปรากฎว่า iPad เป็นสินค้าไอทีที่เด็กๆในสหรัฐอยากได้เป็นของขวัญในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่มากที่สุด มากถึง 44%  ซึ่งมีความต้องการมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว iPad ก็ครองอันดับ 1 เช่นกัน แต่ที่น่าสนใจคือ iOS ทั้ง iPhone , iPod Touch และ  iPad จาก Apple นี้ ติด 3 อันดับแรกที่เด็กๆอยากได้เป็นของขวัญมากที่สุด ส่วนคอมพิวเตอร์และแท๊บเล็ตอื่นๆที่ไม่ใช่ iPad นั้นอยู่อันดับที่ 4 และ 5 ตามลำดับ ในขณะที่ด้านเกม เกมพกพา โดย Nintendo 3DS แม้อยู่อันดับ 6 แต่กลายเป็นเครื่องเล่นเกมและเกมพกพาที่เด็กอยากได้มากที่สุด อันดับ 7 อย่าง Kinect Xbox360 ก็เป็นเครื่องเล่นเกมคอนโซลที่เด็กอยากได้เป็นของขวัญด้วย

ในส่วนสินค้าไอทีที่ผู้ใหญ่ในสหรัฐอยากได้เป็นของขวัญมากที่สุด อันดับ 1 ก็ตกเป็น iPad จาก Apple ด้วยเช่นกันด้วยคะแนนร้อยละ 24 จากผู้สัมภาษณ์ทั้งหมด ซึ่งต่างจากปีที่แล้วของขวัญที่ผู้ใหญ่อยากได้สุดคือคอมพิวเตอร์ โดยที่ iPad อยู่อันดับ 3    แต่ที่น่าสนใจกว่าตรงอันดับ 2 และ 3 ของปีนี้ คือ คอมพิวเตอร์ กับ E-Reader อาจเป็นเพราะผู้ใหญ่ต้องการอ่านหนังสือหรือใช้คอมพิวเตอร์นี้ในการทำงาน ซึ่ง E-Reader เติบโตแทนหนังสือพิมพ์ซะแล้ว และอันดับ 4 ตกเป็นชุดทีวีด้วย อาจเป็นเพราะสหรัฐใช้ทีวีแบบ Digital ที่ชมเป็นแบบอินเตอร์เน็ตทีวี ส่วนมือถือสมาร์ทโฟนที่ผู้ใหญ่อยากได้สุดตกเป็นอันดับ 7 ของชาร์ทนี้ คือ iPhone  ของ Apple และตามติดๆด้วยอันดับ 8 สมาร์ทโฟนอื่นๆที่ไม่ใช่ iPhone ซึ่งต่างกันกับ iPhone แค่ 1% เท่านั้น คาดว่าเป็นเพราะการเติบโตของ Android ที่สูงอย่างต่อเนื่อง ส่วนเครื่องเล่นเกมที่ผู้ใหญ่อยากได้มากที่สุด ก็อยู่อันดับ9 ของชาร์ทคือ Kinect จาก Microsoft Xbox360 นั่นเอง
จากข้อมูลนี้ก็จะเป็นตัวเลือกสำคัญที่คุณจะเลือกสินค้าชิ้นไหนมาซื้อให้ถูกใจผู้รับ แต่การให้นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นสิ่งของราคาแพง ลองพยายามเลือกสิ่งที่สื่อแทนตัวคุณดู ด้วยความรัก ส่งการ์ดส่งข้อความอวยพรหวานๆ ยิ่งในช่วงวิกฤตน้ำท่วมนี้มาอวยพร ช่วยกันส่งกำลังใจและช่วยเหลือซ่อมบ้านกันยามน้ำลดนี้ ก็เป็นของขวัญที่มีค่าในช่วงปีใหม่แล้ว  การให้มีความสุข ยิ่งกว่าการรับจ้า  

ข้อมูลจาก Nielsen

11.17.2554

iPad 2จากเอไอเอสวางขายวันที่ 18 พ.ย.นี้พร้อมโปรฯแพ็คเกจสุดคุ้มจากเครือข่าย Wifi และ 3G


 15 พฤศจิกายน 2554 : บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ประกาศการเริ่มวางจำหน่าย iPad 2 ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 พร้อมโปรโมชั่นแพ็คเกจสุดคุ้มจากเครือข่าย Wifi และ 3G

iPad 2 ถือเป็นอีกขั้นของการพัฒนาสุดยอด Device จาก Apple  ใน Generation ที่ 2 ด้วยดีไซน์ใหม่ที่โดดเด่น บางเบากว่าเดิมถึง 33% และเบากว่าถึง 15% เมื่อเทียบกับ iPad  รุ่นแรก ในขณะที่คุณภาพและขนาดของหน้าจอยังคงสุดยอดเช่นเดิม ด้วยคุณสมบัติของหน้าจอที่แสดงผลขนาด 9.7 นิ้ว  iPad 2 มาพร้อมด้วยระบบประมวลผล New Dual Core A5 เพื่อทำให้สามารถใช้งาน Multi Media อย่างรวดเร็ว คมชัด ผ่านกล้องทั้ง 2 ด้าน โดยกล้องด้านหน้าเป็น VGA  ส่วนกล้องด้านหลังคมชัดสุดๆด้วยสเป็ค  720 p HD Video ที่จะทำให้การใช้งาน Facetime และถ่ายภาพได้แบบไร้ข้อจำกัด ตรงใจในแบบคุณ  ทั้งนี้ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดดังกล่าวของ iPad 2 ที่บางกว่า , เบากว่า และเร็วกว่า iPad 2 จากเอไอเอสจะทำให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอน

"เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้เอไอเอสได้นำเอาสุดยอดนวัตกรรมอย่าง iPad 2 มามอบให้แก่ลูกค้า พร้อมแพ็คเกจการใช้งาน Data สุดคุ้มเพื่อลูกค้าทั้งแบบเติมเงิน และรายเดือน" นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส กล่าว
ลูกค้าเอไอเอสสนใจสัมผัสและซื้อ iPad 2 จากเอไอเอส ได้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน ศกนี้ เป็นต้นไป ผ่านทาง AIS Shop, ร้านเทเลวิซที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/iPad  ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad ชมได้ที่ www.apple.com/iPad
Credit: Matichononline.co.th

11.14.2554

"โน้ตบุ๊ก จ่อปรับราคาขึ้นเฉลี่ย1,000บาท/เครื่องในเดือนธันวาฯ เหตุรง.ฮาร์ดดิสก์จมน้ำ


โรงงานฮาร์ดดิสก์จมน้ำพ่นพิษสินค้าขาดตลาด ราคาขยับขึ้น 30-40% "เอซุส-เลอโนโว" ชี้ส่งผลต้นทุนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กลอตใหม่ช่วงเดือนธันวาคมจะปรับขึ้นเฉลี่ยเครื่องละ 1,000 บาท ขณะที่สถานการณ์ตลาดไตรมาส 4 ทรุด คาดโตติด ลบ 20% กำลังซื้อ กทม.หด 50% "เอซุส" งัดแผนเดินสายโรดโชว์สินค้าต่างจังหวัดที่ไม่มีปัญหาน้ำท่วม


นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์และซัพพลายเชนในประเทศไทย ส่งผลให้อุปกรณ์ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์สำหรับคอมพิวเตอร์ขาดแคลน และมีการปรับขึ้นราคาประมาณ 30-40% ทำให้คอมพิวเตอร์ลอตใหม่ที่จะออกมาในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ ต้องมีการปรับขึ้นราคาเฉลี่ยไม่เกิน 1,000 บาท 
สำหรับสินค้าที่อยู่ในสต๊อกยังคงราคาเดิม ซึ่งก็ยังมีจำนวนมาก เพราะปัญหาน้ำท่วมทำให้กำลังซื้อชะลอตัว โดยคาดว่าจะได้เห็นปัญหาการขาดแคลนของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์อย่างจริงจังในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมนี้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่สินค้าขายดีทั่วโลก ส่วนปัญหาการปรับขึ้นราคาของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์น่าจะต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2 ไตรมาส
นายพรเทพกล่าวว่า ปัญหาตอนนี้ตกอยู่กับดิสทริบิวเตอร์ เนื่องจากหลายพื้นที่มีน้ำท่วม ทำให้รถขนส่งต้องขับอ้อม ส่งผลให้เวลาขนส่งช้าไปจากเดิม 1-2 วัน นอกจากนี้ยังทำให้โกดังเก็บสินค้าของดิสทริบิวเตอร์บางรายก็มีความเสี่ยง 



ขณะที่สถานการณ์กำลังซื้อในกรุงเทพฯลดลงเป็นบางจุด จุดที่น้ำท่วมยอดขายจะหายไป ส่วนจุดที่น้ำไม่ท่วมยอดขายก็ลดลงเกือบครึ่ง แต่ก็มีตัวเลขที่มาจากพื้นที่ต่างจังหวัด อย่างเช่น เชียงใหม่ พื้นที่ภาคใต้ก็ยังปกติ ทาง เอซุสก็มีแผนสำรองในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างจังหวัดที่ไม่ได้ประสบอุทกภัย โดยเน้นแคมเปญเงินผ่อน 0% เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่คนไม่อยากจ่ายเงินก้อน 
โดยระหว่างวันที่ 3-6 พฤศจิกายนนี้ เอซุสไปจัดโรดโชว์ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยยกขบวนสินค้าทุกประเภท อาทิ โน้ตบุ๊ก อีพีซี และ อื่น ๆ ในราคาพิเศษ อาทิ โน้ตบุ๊กตระกูล N Series รุ่น N43Sl-V2G-VX172D กับสุดยอดพลังเสียง Sonic Master มาพร้อมซับวูฟเฟอร์ราคาเพียง 25,590 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) พร้อมรับประกันเครื่อง 2 ปีและประกันภัยอีก 1 ปี มูลค่ากว่า 3,500 บาท 
นายพรเทพกล่าวว่า ยอดขายของ เอซุสในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาลดลงถึง 30% ส่วนสถานการณ์ในเดือนนี้ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาน้ำท่วมจะจบเร็วแค่ไหน ซึ่งในภาพรวมไตรมาส 4 ปรับลดจากเดิมค่อนข้างมาก ซึ่งน่าจะติดลบจากยอดขายในไตรมาส 3 อย่างน้อย 30%
ด้านนายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่ที่เกิดเหตุน้ำท่วมโรงงานของเวสเทิร์นดิจิตอล บริษัทแม่ได้สั่งให้คาดการณ์ซัพพลายฮาร์ดดิสก์ช่วงเดือนพฤศจิกายนใหม่ เพื่อให้สำรองไว้ให้มากที่สุด ซึ่งผลกระทบครั้งนี้ทำให้ราคาฮาร์ดดิสก์ปรับขึ้นเฉลี่ย 20% โดยคาดว่าจะส่งผลให้ราคาโน้ตบุ๊กปรับขึ้นไม่เกิน 1,000 บาท ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป 
นอกจากนี้บริษัทแม่ยังมอบหมายให้เข้าไปประสานกับลูกค้าองค์กร เนื่อง จากลูกค้ากลุ่มนี้อาจไม่สามารถนำสินค้าที่ส่งมอบล่าช้าได้ ซึ่งบริษัทก็ต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สอด คล้องกับความต้องการของลูกค้า 
ขณะเดียวกันบริษัทได้แจ้งเรื่องไปยังบริษัทแม่เพื่อขอปรับลดเป้ายอดขายไตรมาส 4 สำหรับภาพรวมในไตรมาส 4 คาดว่าจะโตติดลบ โดยในแง่จำนวนเครื่องคาดว่าจะลดลงจากไตรมาส 3 ประมาณ 20%
"ลูกค้าในกรุงเทพฯมีกำลังซื้อลดลงมากกว่า 50% เพราะเดินทางไม่สะดวกและไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย แต่ลูกค้าในต่างจังหวัดยังไม่เห็นผลกระทบ ซึ่งบริษัทจะมีแคมเปญช่วยด้านการเงินให้ผู้บริโภค แถมสินค้าพิเศษ รวมถึงช่วยด้านการเงินให้พาร์ตเนอร์มีความคล่องตัวทางธุรกิจ ส่วนลูกค้าภาคธุรกิจทางเลอโนโวจะมีบริการให้ยืมเครื่องฉุกเฉิน หรือให้เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในราคาพิเศษ"

10.13.2554

Ultrabook แรงบันดาลใจจาก Macbook Air?

ASUS เปิดตัว Zenbook UX21, UX31 สายพันธุ์สุดบาง
ตอนนี้ตลาดโน้ตบุ๊คดูจะเนือยๆ ลงไป เพราะผู้ผลิตส่วนใหญ่ต้องการลดขนาด และความหนาของโน้ตบุ๊คลง แต่ไปเพิ่มที่ความแรงของตัวเครื่องแทน และที่สำคัญ คือต้องการต่อกรกับเจ้าตลาดโน้ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมอย่าง MacBook Air ของทางฝั่ง Apple เขา จึงทำให้ผู้ผลิตอย่าง Lenovo, Toshiba, และ Acer ทยอยออกโน้ตบุ๊คบางเบา สเปคแรง ที่เรียกว่า Ultrabook ออกมาสู่ตลาด
ล่าสุดเป็นคราวของทางค่ายผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชื่อดังอีกค่าย อย่าง ASUS ได้เปิดตัว Ultrabook สองรุ่น และได้ตั้งชื่อซีรีย์เท่ๆ ว่า Zenbook โดยสองรุ่นที่ว่าคือ UX21 และ UX31 โดยตัวแรก UX21 จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด 1366x768 พิกเซล และมีน้ำหนักเพียง 1.1 กิโลกรัม ส่วน UX31 มีหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1600x900 พิกเซล และมีน้ำหนัก 1.3 กิโลกรัม
ส่วนสเปคอื่นๆ จะเป็น CPU 1.6GHz Core i5 หรือ 1.8GHz Core i7, แรม 4GB, หน่วยความจำภายในแบบ SSD 128GB หรือ 256GB, พกพาระบบเสียงจาก Bang and Olufsen, รองรับการเชื่อมต่อ USB 3.0 และ USB 2.0 อย่างละช่อง, micro HDMI, mini VGA, และสำหรับรุ่น UX31 จะมาพร้อมช่อง SD Reader อีกด้วย

ส่วนตัวเครื่องมีความบางจุดที่บางสุดอยู่ที่ 0.11 นิ้ว และส่วนที่หนาสุดคือ 0.67 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีฟังค์ชั่นพิเศษ Instant On สามารถเปิดเครื่องได้ในเวลาเพียง 2 วินาที (น่าจะปลุกจาก Sleep Mode) และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ 5 ชม. ขึ้นไป สำหรับรุ่น UX21 และ 7 ขม. สำหรับรุ่น UX31
สำหรับราคา Ultrabook จาก ASUS นี้ ถูกกำหนดไว้ที่ $999 หรือประมาณ 30,000 บาทครับ เปิดมาราคาเท่ากับ MacBook Air ในต่างประเทศเลยครับ ชอบตัวไหน ก็จัดไปเลยครับ
ขอบคุณ TechXcite
Acer Aspire S3 Ultrabook นี่หรือคือแรงบันดาลใจจาก Macbook Air? ว่ากันไปแล้ว ตลาด Ultrabook ถือกำเนิดขึ้นภายหลังที่ Apple ได้ประกาศ Macbook Air เมื่อปี 2008 ซึ่งในขณะนั้นเป็นที่ฮือฮาถึงความบางเฉียบของ Notebook กว่าเจ้า
อื่นๆจะไล่ทันก็ใช้เวลานานถึง 3 ปีเลยทีเดียว





Acer Aspire S3 Ultrabook แรงบันดาลใจจาก Macbook Air



Acer Aspire S3 Ultrabook นี่คือครั้งแรกที่ทำออกมาบางได้ใกล้เคียงกับ Macbook Air เป็นคู่แข่งกันได้สมน้ำสมเนื้อหน่อย และเพื่อชิงตลาดจากคู่แข่งรายอื่นๆที่ไม่ใช่ แอบเปิ้ล เช่น Toshiba, Lenovo และ Asus บอดี้ทำด้วย อลูิเนียม มีน้ำหนัก 2.98 ปอนด์ มีขนาด 13.3 นิ้ว (1366 x 768) แบตเตอรี่ ใช้งานได้นานถึง 6 ชั่วโมง และในโหมด แสตนด์บาย ได้ 50 ชั่วโมง ที่สำคัญใช้เวลาเพียง 2 วินาทีในการตื่นจาก sleep mode และแน่นอนว่า ใช้ CPU Core i5 รู่นที่กินกำลังไฟต่ำ มี 4 GB แรม , 20 GB SSD + ฮาร์ดไดร์ 320 GB เตรียมวางจำหน่ายในอเมริกาและ แคนนาดา ในสัปดาห์นี้ ในราคา $899 (26,000 บาท) แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า จะมีรู่นอื่นที่เป็น Core i3, i7 มาเพิ่มเติมในภายหลังหรือเปล่า ส่วนบ้านเราก็ยังคงต้องรอกันไปก่อน

9.23.2554

Google+ เปิดบริการสาธารณะแล้ว

หลังจากที่ Google+ เปิดให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์แห่งใหม่ในลักษณะที่สมาชิกต้องขอ invite เพื่อเข้าใช้บริการมาได้ 3 เดือนแล้ว ซึ่งในส่วนของกระแสการยอมรับก็ต้องถือว่า ได้รับความสนใจจากผู้ใช้ทั่วโลกพอสมควร ที่สำคัญมันยังทำให้ผู้่นำตลาดอย่าง Facebook ต้องปรับตัวหลายกระบวนท่าเลยทีเดียว ล่าสุด Google+ ได้เปิดให้บริการกับผู้ใช้ทั่วโลกที่สนใจจะเข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายสังคมแห่งนี้แล้ว

สำหรับบริการของ Google+ จะไม่มีความสัมพันธ์แบบ "เพื่อน" (friend) ในลักษณะที่ผู้ใช้รู้สึกถูกบังคับให้ยอมรับ โดยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ Google+ ซึ่งรวมถึงผู้คนต่างๆ ที่พวกเขาแชร์ข้อมูลด้วยจะถูกกำหนดให้มีความเป็นส่วนตัว (privacy) ตั้งแต่แรก นอกจากนี้ยังมีบริการที่แตกต่างจากผู้นำตลาดอย่าง Facebook ด้วย เช่น คุณสมบัติวิดีโอแชทที่สามารถพูดคุยพร้อมกันเป็นกลุ่มได้ เรียกว่า Hangouts โดยคุณสามารถเชื่อมต่อกับเพื่อนๆ ผ่านบริการนี้ได้สูงสุดถึง 10 คน เพื่อพูดคุยกันแบบเห็นหน้าผ่านวิดีโอได้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา การเติบโตของ Google+ ก็มีข้อจำกัด และอุปสรรคอยู่พอสมควร เนื่องจากสมาชิกที่จะมีสิทธิ์เข้าใช้บริการจะต้องได้รับการ invite โดย Google หรือจากผู้ใช้คนอื่นที่อยู่ในเครือข่ายนี้แล้ว ไม่เพียงเท่านั้น บ่อยครั้งที่ผู้ใช้ถูกบังคับให้ signup ใหม่ แม้จะถูก invite แล้วก็ตาม แต่ก็มีผู้สนใจเข้าร่วมเครือข่ายของ Google+ หลายสิบล้านคน ประเด็นคือ Google+ ไม่ได้แจกแจงผู้ใช้บริการที่แอคทีฟ ในขณะที่ก่อนหน้านี้ มีปัญหาเรื่องของระบบที่ไม่สามารถรองรับการเข้าใช้บริการที่มากเกินไปได้

ล่าสุดเมื่อวานนี้ Google ได้ประกาศเปิดให้ผู้ใช้ที่สนใจทั่วโลกสามารถสมัครเป็นสมาชิก เพื่อใช้บริการ Google+ ได้แล้ว โดยไม่ต้องมี invite ให้วุ่นวายอีกต่อไป ซึ่ง Vic Gundotra ผู้บริหาร Google ประกาศในบล็อกว่า นอกจากจะเปิดให้ใช้บริการได้ทุกคนแล้ว Google+ ยังได้ปรับปรุงคุณสมบัติการทำงานต่างๆ มากถึง 99 ฟีเจอณ์ด้วยกันนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำหรับคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ที่สนใจจะลงทะเบียนใช้บริการสามารถเข้าไปได้ที่ plus.google.com เพื่อสร้าง username และ password หรือใช้แอคเคาท์ Gmail หรือ GOogle ที่มีอยู่แล้ว
ในส่วนของผู้ใช้ iPhone หรือ Android สามารถติดตั้งแอพฯ Google+ ได้ฟรี ซึ่งมันสามารถอัพโหลดภาพถ่าย หรือวิดีโอที่คุณบันทึกผ่านมือถือเข้าไปในพื้นที่ในบัญขีผู้ใช้ Google+ ชองคุณได้โดยอัตโนมัติ นั่นหมายความว่า มันง่าย และเร็วมากในการที่คุณจะแชร์ข้อมูลเหล่านี้ให้กับกลุ่มต่างๆ ตามที่คุณต้องการ และเพียงไม่กี่คลิกบนคอมพิวเตอร์ เพื่อโพสต์มันขึ้นไปที่เฟซบุ๊คได้อีกด้วย
ข้อมูลจาก : Arip

9.20.2554

จอฟ้ามรณะ



ไมโครซอฟท์ (Microsoft) รายงานว่า หลังจากเปิดให้ดาวน์โหลด Windows Preview เมื่อวานนี้ ยอดการดาวน์โหลดทะลุ 500,000 ครั้งไปเรียบร้อยแล้ว นันหมายความว่า กระแสความสนใจใน Windows 8 ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวนี้จะพูดถึงคุณสมบัติบางอย่างที่ยังคงติดตามมาหลอกหลอนจนถึงโอเอส รุ่นใหม่ด้วยนั่นคือ BSoD (Blue Screen of Death) หรือ "จอฟ้ามรณะ"
Blue Screen of Death (BSoD) หรือ "จอฟ้ามรณะ" บน Windows เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะได้เคยพบเห็นกันมาแล้ว โดยหน้าจอจะแสดงสีฟ้า พร้อมกับข้อความมากมายที่พยายามอธิบายเกียวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดการล่มการ ทำงานของระบบปฏิบัติการ เมื่อจอนี้โผล่ขึ้นมา มันหมายถึง การที่ผู้ใช้ต้องรีสตาร์ทระบบ และอาจหมายรวมถึงการที่ต้องลุ้นว่า มันจะเริ่มต้นได้อย่างปกติด้วย หรือไม่? สถิติในเบื้องต้น 99% ของผู้ใช้ได้เคยพบเห็นหน้าจอนี้มาแล้ว และถึงแม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่หน้าจอพยายามจะอธิบาย แต่ก็รู้ดีว่า ต้องรีสตาร์ทเครื่อง - -"
BSoD สามารถ พบเห็นได้ใน Windows ทุกเวอร์ชัน แม้กระทั่ง Windows 8 ที่เพิ่งเปิดให้ดาวน์โหลด Windows Preview ไปเมื่อวานนี้ BSoD โผล่ขึ้นมาให้ได้เห็นกันอีกแล้ว แต่ไหนๆ Windows 8 ก็ได้ปฏิวัติการออกแบบ UI ทีแตกต่างจากเดิมที่เริ่มเห็นกันมาตั้งแต่ Windows 95 โดยสิ้นเชิง ว่าแล้ว BSoD ของ Windows 8 จึงไม่เหมือนเดิมด้วย โดยในรูป ข้อความและรหัสโค้ดต่างๆ ที่ดูสับสนเต็มหน้าจอได้หายไปแล้ว แต่มันจะถูกแทนที่ด้วยรูปหน้าเศร้า :( ตามด้วยข้อความที่บอกว่า พีซีของคุณไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้... และมันจะรีสตาร์ทเครื่องภายใน...วินาที ว่าแต่ ถึงแม้จะเปลี่ยนให้หน้าจอ BSoD ดูเป็นมิตรขึ้น แต่ Windows ก็ยังคงไม่สามารถอธิบายปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายได้อยู่ ดี แล้วคุณผู้อ่านของเว็บไซต์ arip ล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกํบหน้า BSoD แบบใหม่?

8.03.2554

Table of Contents รูปแบบใหม่บน blogger สวยงามและซ่อน/แสดงได้


บทความนี้ต้นฉบับเป็นของ abu-farhan ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ได้พัฒนาสคริปต์ ตารางสารบัญของบทความบน Blogger  ต่อมาเขาได้พัฒนาสคริปต์ให้ผลลัพธ์ดูสวยงาม  และยังได้นำเทคนิคของ jQuery Accordion มาใช้ให้ดูสวยงามและดูน่าสนใจมากขึ้น ที่สำคัญคือหากท่านใดติดตั้งตารางสารบัญชนิดเก่าอยู่ก็ควรจะติดตั้งสารบัญแบบใหม่ลงไปแทนที่ของเดิม เพราะสารบัญรูปแบบใหม่นี้จะใช้เวลาโหลดเร็วกว่าเดิมมาก และรูปแบบก็สวยงามขึ้นด้วย


สอนทำบล็อก วิธีสร้างบล็อก

โค้ดในการติดตั้งมี 2 รูปแบบให้เลือกดังนี้

แบบที่ 1 ตารางสารบัญแบบปกติที่มีการปรับแต่ง Style

ตัวอย่างตารางสารบัญบน blogger
http://www.xn--22cka7hxbpcb1g.cz.cc/p/table-of-contents.html

วิธีสร้าง blogger วิธีทำ blogspot

โค้ดสำหรับติดตั้ง
<link rel="stylesheet" href="http://www.google.com/uds/solutions/dynamicfeed/gfdynamicfeedcontrol.css" type="text/css" media="screen" />
<script style="text/javascript" src="http://scriptabufarhan.googlecode.com/svn/trunk/daftarisiv2.js"></script>
<script src="http://ชื่อบล็อก.blogspot.com/feeds/posts/summary?max-results=9999&alt=json-in-script&callback=loadtoc"></script>
หรือใช้โค้ด
<link rel="stylesheet" href="http://www.google.com/uds/solutions/dynamicfeed/gfdynamicfeedcontrol.css" type="text/css" media="screen" />
<script style="text/javascript" src="http://hackublox.googlecode.com/files/daftarisiv2.js"></script>
<script src="http://ชื่อบล็อก.blogspot.com/feeds/posts/summary?max-results=9999&alt=json-in-script&callback=loadtoc"></script>
หรือใช้โค้ด
<style type="text/css">
.gfg-root {
  width : 100%;
  height : auto;
  position : relative;
  overflow : hidden;
  text-align : center;
  font-family: "Arial", sans-serif;
  font-size: 12px;
  border: 1px solid #BCCDF0;
}
.gfg-title {
  font-size: 14px;
  font-weight : bold;
  color : #3366cc;
  background-color: #E5ECF9;
  line-height : 1.4em;
  overflow : hidden;
  white-space : nowrap;
}
.gfg-title a {
  color : #3366cc;
}
.gfg-subtitle {
  font-size: 12px;
  font-weight : bold;
  color : #3366cc;
  background-color: #E5ECF9;
  line-height : 1.4em;
  overflow : hidden;
  white-space : nowrap;
  margin-bottom : 5px;
}
.gfg-subtitle a {
  color : #3366cc;
}
.gfg-entry {
  background-color : white;
  width : 100%;
  height : 6.9em;
  position : relative;
  overflow : hidden;
  text-align : left;
  margin-top : 3px;
}
/* To allow correct behavior for overlay */
.gfg-root .gfg-entry .gf-result {
  position : relative;
  background-color : white;
  width : auto;
  height : 100%;
  padding-left : 20px;
  padding-right : 5px;
}
.gfg-list {
  position : relative;
  overflow : hidden;
  text-align : left;
  margin-bottom : 5px;
}
.gfg-listentry {
  line-height : 1.5em;
  overflow : hidden;
  white-space : nowrap;
  text-overflow : ellipsis;
  -o-text-overflow : ellipsis;
  padding-left : 15px;
  padding-right : 5px;
  margin-left : 5px;
  margin-right : 5px;
}
.gfg-listentry-odd {
  background-color : #F6F6F6;
}
.gfg-listentry-even {
}
.gfg-listentry-highlight {
  background-image : url('garrow.gif');
  background-repeat: no-repeat;
  background-position : center left;
}
/*
* FeedControl customizations.
*/
.gfg-root .gfg-entry .gf-result .gf-title {
  font-size: 14px;
  line-height : 1.2em;
  overflow : hidden;
  white-space : nowrap;
  text-overflow : ellipsis;
  -o-text-overflow : ellipsis;
  margin-bottom : 2px;
}
.gfg-root .gfg-entry .gf-result .gf-snippet {
  height : 3.8em;
  color: #000000;
  margin-top : 3px;
}
/*
* Easy way to get horizontal mode, applicable via js options to gadget.
*/
.gfg-horizontal-container {
  position : relative;
}
.gfg-horizontal-root {
  height : 1.5em;
  _height : 100%;
  position : relative;
  white-space : nowrap;
  overflow : hidden;
  text-align : center;
  font-family: "Arial", sans-serif;
  font-size: 13px;
  border: 1px solid #AAAAAA;
  padding : 5px;
  margin-right : 80px;
}
.gfg-horizontal-root .gfg-title {
  font-weight : bold;
  background-color: #FFFFFF;
  line-height : 1.5em;
  overflow : hidden;
  white-space : nowrap;
  float : left;
  padding-left : 10px;
  padding-right : 12px;
  border-right: 1px solid #AAAAAA;
}
.gfg-horizontal-root .gfg-title a {
  color : #444444;
  text-decoration : none;
}
.gfg-horizontal-root .gfg-entry {
  width : auto;
  height : 1.5em;
  position : relative;
  overflow : hidden;
  text-align : left;
  margin-top : 0px;
  margin-left : 0px;
  padding-left : 10px;
}
/* To allow correct behavior for overlay */
.gfg-horizontal-root .gfg-entry .gf-result {
  position : relative;
  background-color : white;
  width : 100%;
  height : 100%;
  line-height : 1.5em;
  overflow : hidden;
  white-space : nowrap;
}
.gfg-horizontal-root .gfg-list {
  display : none;
}
/*
* FeedControl customizations.
*/
.gfg-horizontal-root .gfg-entry .gf-result .gf-snippet,
.gfg-horizontal-root .gfg-entry .gf-result .gf-author {
  display : none;
}
.gfg-horizontal-root .gfg-entry  .gf-result .gf-title {
  color: #0000cc;
  margin-right : 3px;
  float : left;
}
.gfg-horizontal-root .gfg-entry .gf-result .gf-spacer {
  float : left;
}
.gfg-horizontal-root .gfg-entry .gf-result .gf-spacer,
.gfg-horizontal-root .gfg-entry .gf-result .gf-relativePublishedDate {
  display : block;
  color: #AAAAAA;
}
.gfg-branding {
  white-space : nowrap;
  overflow : hidden;
  text-align : left;
  position : absolute;
  right : 0px;
  top : 0px;
  width : 80px;
}
.gfg-collapse-open, .gfg-collapse-closed {
  background-repeat : no-repeat;
  background-position : center;
  cursor : pointer;
  float : right;
  width : 17px;
  height : 20px;
}
.gfg-collapse-open {
  background-image : url('arrow_open.gif');
}
.gfg-collapse-closed {
  background-image : url('arrow_close.gif');
}
.gfg-collapse-href {
  float : left;
}
.clearFloat {
  clear : both;
}
</style>
<script style="text/javascript" src="http://hackublox.googlecode.com/files/daftarisiv2.js"></script>
<script src="http://ชื่อบล็อก.blogspot.com/feeds/posts/summary?max-results=9999&alt=json-in-script&callback=loadtoc"></script>
โค้ดทั้ง 3 ชุดเป็นโค้ดเดียวกันต่างกันที่ Server ที่เก็บไฟล์เท่านั้น จะเลือกใช้แบบใดก็ได้  และไม่ว่าจะใช้โค้ดแบบใดคุณจะต้องเปลี่ยน http://ชื่อบล็อก.blogspot.com เป็นบล็อกของคุณเองด้วย




แบบที่ 2 เป็นตารางสารบัญแบบ Accordion

ตัวอย่างสารบัญของบทความแบบ Accordion
http://www.hackublog.com/2009/01/blog-post.html
สอนสร้างบล็อก สอนแต่งบล็อก

โค้ดสำหรับติดตั้ง
<link href="http://abu-farhan.com/script/acctoc/acc-toc.css" media="screen" rel="stylesheet" type="text/css"/>
<script src="http://abu-farhan.com/script/acctoc/daftarisiv2-pack.js"></script>
<script src="http://ชื่อบล็อก.blogspot.com/feeds/posts/summary?max-results=1000&amp;alt=json-in-script&amp;callback=loadtoc"></script>
<script type="text/javascript">
var accToc=true;
</script>
<script src="http://abu-farhan.com/script/acctoc/accordion-pack.js" type="text/javascript"></script>
หรือใช้โค้ด
<style type="text/css">
.judul-label{
background-color:#E5ECF9;
font-weight:bold;
line-height:1.4em;
margin-bottom:5px;
overflow:hidden;
white-space:nowrap;
vertical-align: baseline;
margin: 0 2px;
outline: none;
cursor: pointer;
text-decoration: none;
font: 14px/100% Arial, Helvetica, sans-serif;
padding: .5em 2em .55em;
text-shadow: 0 1px 1px rgba(0,0,0,.3);
-webkit-border-radius: .5em;
-moz-border-radius: .5em;
border-radius: .5em;
-webkit-box-shadow: 0 1px 2px rgba(0,0,0,.2);
-moz-box-shadow: 1px 1px 4px #AAAAAA;
box-shadow: 0 1px 2px rgba(0,0,0,.2);
color: #e9e9e9;
border: 2px solid white !important;
background: #6e6e6e;
background: -webkit-gradient(linear, left top, left bottom, from(#888), to(#575757));
background: -moz-linear-gradient(top,  #888,  #575757);
filter:  progid:DXImageTransform.Microsoft.gradient(startColorstr='#888888', endColorstr='#575757');
}
.data-list{
line-height:1.5em;
margin-left:5px;
margin-right:5px;
padding-left:15px;
padding-right:5px;
white-space:nowrap;
text-align:left;
font-family:"Arial",sans-serif;
font-size:12px;
}
.list-ganjil{
background-color:#F6F6F6;
}
.headactive{
color: #fef4e9;
border: 2px solid white !important;
background: #f78d1d;
background: -webkit-gradient(linear, left top, left bottom, from(#faa51a), to(#f47a20));
background: -moz-linear-gradient(top,  #faa51a,  #f47a20);
filter:  progid:DXImageTransform.Microsoft.gradient(startColorstr='#faa51a', endColorstr='#f47a20');
}
</style>
<script src="http://hackublog.googlecode.com/files/daftarisiv2-pack.js"></script>
<script src="http://ชื่อบล็อก.blogspot.com/feeds/posts/summary?max-results=1000&amp;alt=json-in-script&amp;callback=loadtoc"></script>
<script type="text/javascript">
var accToc=true;
</script>
<script src="http://hackublog.googlecode.com/files/accordion-pack.js" type="text/javascript"></script>
การนำไปใช้ก็จะต้องเปลี่ยน  http://ชื่อบล็อก.blogspot.com เป็นชื่อบล็อกของคุณเช่นเดียวกับการใช้โค้ดแบบแรก



วิธีติดตั้งโค้ดใน Blogger
เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะใช้โค้ดติดตั้งแบบใด ต่อไปคือการติดตั้งโค้ดบน Blogger

การติดตั้งโค้ดที่แนะนำคือ ให้สร้างบทความใหม่ หรือหน้าเว็บใหม่ขึ้นมา แล้ววางโค้ดใดโค้ดหนึ่งที่ได้เลือกไว้จากข้างต้นของและบันทึกบทความหรือหน้าเว็บ

วิธีสร้าง blog วิธีทำบล็อก

หมายเหตุ
การวางสคริปต์ในบทความหรือในหน้าเว็บนั้นคุณจะต้องคลิกที่แถบแก้ไข HTML ก่อนที่จะวางสคริปต์
ส่วนการติดตั้งด้วยวิธีอื่น ๆ ก็ทำได้  เช่น การติดตั้งโดยใช้ HTML/จาวาสคริปต์ Gadget  หรือติดตั้งในแม่แบบ แต่จะทำให้ใช้เวลาในการโหลดหน้าแรกของบล็อกนานขึ้น ผมจึงไม่แนะนำครับ
Credit to http://www.abu-farhan.com  Credit แปลเป็นไทยให้กับ http://www.hackublog.com



7.20.2554

PayPal+Android ให้โอนเงินระหว่างมือถือ

PayPal เปิดตัววิดเจ็ต (widget) ใหม่ล่าสุดบนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ (Android) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินไปให้เพื่อนได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่รันวิดเจ็ตระบุจำนวนเงินทีต้องการโอน แล้วนำสมาร์ทโฟนของคุณแตะกับของเพื่อน สมาร์ทโฟนทั้งสองจะสั่น หลังจากนั้นผู้โอนจะป้อน PIN ยืนยันการทำธุรกรรมระหว่างผู้โอนกับผู้รับ นับเป็นบริการที่สะดวกมากทีเดียว


















ในงานประชุมที่ซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย Laura Chambers ผู้อำนวยการอาวุโสแผนกโมบายของ
 PayPalได้สาธิตระบบชำระค่าใช้จ่ายแบบ P2P (peer-to-peer payments system) ระหว่างสมาร์ทโฟน
Samsung Nexus S สองเครื่อง ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่มาพร้อมกับชิป NFC (Near Field Communications)     'ด้วยวิธีนี้ คุณจะสามารถดำเนินธุรกรรมทางการเงินกับเพื่่อน สมาชิกในครอบครัว ตลอดจนเพื่อนร่วมงานและพนักงานได้อย่างง่ายดายกว่าที่เคย' Chambers โพสต์ไว้ในบล็อก สำหรับการสาธิตการใช้งานจะปรากฎอยู่ในคลิปวิดีโอข้างล่างนี้
สรุปการใช้วิดเจ็ตระบบจ่ายเงินแบบ P2P ของ PayPal บนสมาร์ทโฟน Android เริ่มต้นที่ผู้ใช้ที่ต้องกำหนดจำนวนเงินที่ต้องการให้โอนเข้ามาผ่านทางวิดเจ็ตบนสมาร์ทโฟน จากนั้นนำสมาร์ทโฟนไปแตะกับสมาร์ทโฟนอีกเครื่องหนึ่งของผู้ที่ต้องโอนเงินกลับมาให้ เมื่อสมาร์ทโฟนมีการสั่น หน้าจอของสมาร์ทโฟนผู้ร้องขอจะแจ้งให้รออีเมล์หลังจากมีการโอนเงินเข้ามาแล้ว ในขณะที่บนหน้าจอสมาร์ทโฟนของผู้ที่ต้องชำระเงินก็จะให้มีการป้อนหมายเลข PIN เพื่อทวนสอบยอดเงิน และชื่อผู้รับเงินของการทำธุรกรรมนั้นๆ เพียงแค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย แต่ประเด็นคือ ปัจจุบัน Nexsus Sเป็นสมาร์ทโฟน Android เพียงรุ่นเดียวที่มาพร้อมกับชิป NFC แต่ในอนาคตอันใกล้เราคงจะได้เห็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับชิปพวกนี้มากขึ้น โดยนอกจากจะสามารถใช้ทำธุรกกรรมระหว่างเพื่ผ่าน PayPal แล้ว สมาร์ทโฟนที่มีชิป NFCยังสามารถทำหน้าที่แทนบัตรเครดิตการ์ดได้อีกด้วย
เว็บไซต์ในข่าว: PayPal

7.11.2554

แจกฟรีแท็บเลต 8 แสนเครื่องเริ่มต้นป.1 ทั่วประเทศไทย



ผู้ค้าไอทีวิ่งฝุ่นตลบ ขานรับนโยบายรัฐบาลใหม่ แจกแท็บเลตเด็ก ป 1. ทั่วประเทศ 800,000 เครื่อง   มูลค่า 5,000 ล้านบาท "อินเทล" แบะท่าประกาศชัดสนใจพร้อมเปิดโต๊ะคุยรัฐบาลเข็นโปรเจ็กต์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา ชูมีประสบการณ์ทำโครงการขนาดล้านเครื่องในโปรตุเกส-อเมริกาใต้   ขณะที่ "โตชิบา-อัสซุส"  รับสนใจแต่ขอดูความชัดเจน    ด้าน "ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น" เผยคนไทยสามารถผลิตแท็บเลตได้เองนายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่านโยบายแจกแท็บเลตพีซี ให้กับเด็กนักเรียกตั้งแต่ชั้นประถมปีที่  1-6 ที่มีนักเรียนทั่วประเทศจำนวน 10 ล้านคน ซึ่งในระยะเริ่มต้นจะโฟกัสไปที่เด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่  1 ก่อน จำนวน 800,000 คนทั่วประเทศ จะใช้วงเงินงบประมาณไม่เกิน 5,000 ล้านบาท โดยแท็บเลตพีซีดังกล่าวจะเป็นเหมือนกับอีบุ๊ก มาพร้อมกับโปรแกรมการเรียนการสอน หรือคอร์สแวร์   และสามารถใช้เครือข่ายไร้สาย ไว-ไฟฟรี   โดยการลงทุนแจกแท็บเลตให้กับเด็กนั้นหากคิดค่าใช้จ่ายต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1.82 บาท  ซึ่งถือเป็นการลงทุนในการพัฒนาบุคลากรที่คุ้มค่าเป็นการเพิ่มศักยภาพคนเพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน ปี 2558    
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้ลงรายละเอียดของสเปกเครื่อง โดยอาจต้องรอการรับรองผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้งและมีการจัดตั้งรัฐบาล โดยโครงการดังกล่าวจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผู้ดูแล    แต่โดยหลักแล้วน่าจะเป็นแท็บเลตหน้าจอขนาด 7 นิ้ว  ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์   เนื่องจากใช้งานโปรแกรมได้หลากหลาย   อีกทั้งยังมีความคงทนสูง  กันน้ำ และกันกระแทก โดยมีราคาไม่เกิน 5,000 บาท/เครื่อง  ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เจรจากับผู้ผลิตรายใด
+อินเทลจ้องคว้าโครงการ
 ด้านนายเอกรัศมิ์  อวยสินประเสริฐ  กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสนใจกับโครงการคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก  (One Tablet per Child)     แต่จะต้องขอศึกษารายละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน   ซึ่งคาดว่าจะมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ  สำหรับโครงการดังกล่าวแน่นอน     โดยขณะนี้มีหลายทางเลือกในการนำเสนออุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กหลายทางเลือก   
ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีประสบการณ์ในการนำเสนอคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็ก  ที่มีขนาดระดับ 1 ล้านเครื่อง ในโปรตุเกส บราซิล  และกลุ่มประเทศในอเมริกาใต้    โดยที่นำเสนอในต่างประเทศส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องคลาสเมต พีซี   ที่มีลักษณะเป็นเน็ตบุ๊ก หน้าจอ 9 นิ้ว  มีคีย์บอร์ด   แต่ในรูปแบบของแท็บเลต ยังไม่เคยมีประสบการณ์นำเสนอมาก่อน   แต่ก็เป็นโครงการที่น่าสนใจ     อย่างไรก็ตามมองว่าราคาที่กำหนดไว้อยู่ที่ 5,000 บาทต่อเครื่อง  ซึ่งรวมทั้งซอฟต์แวร์การเรียนการสอน  หรือ คอร์สแวร์ เป็นเรื่องท้าทาย    โดยถือเป็นราคาค่อนข้างต่ำ

นายเอกรัศมิ์  กล่าวว่าแนวทางการนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน สำหรับเด็กนั้น  ในแง่บริษัทคงไม่ได้มุ่งนำเสนอเพียงแค่ ฮาร์ดแวร์ คือ แท็บเลต อย่างเดียว     แต่จะนำเสนอเป็นโทเทิล โซลูชัน  ที่ประกอบด้วย  ฮาร์ดแวร์  ,ซอฟต์แวร์การเรียนการสอน  ซอฟต์แวร์จัดการการเรียนการสอน   การควบคุม  การกระจายสื่อ หรือเนื้อหาการเรียนการสอน    รวมถึงบริการดูแล และบำรุงรักษาเครื่อง  
 "การใช้แท็บเลต ที่เป็นอุปกรณ์สั่งการด้วยทัชสกรีน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเด็กเล็กมากกว่าคีย์บอร์ด    โดยเด็กเล็ก ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อสร้างคอนเทนต์ แต่ใช้สำหรับดู และอ่านมากกว่า"
+อัสซุสสนแต่รอดูทีโออาร์
ด้านนายพรเทพ วัชรอำนวย  กรรมการผู้จัดการ บริษัทอัสซุสเทค  คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย)จำกัด  กล่าวว่า บริษัทให้ความสนใจโครงการแท็บเลตเด็กนักเรียนของรัฐบาลใหม่ เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่มียอดการซื้อสูง    ซึ่งเชื่อว่าไม่มีผู้ผลิตรายใหญ่สามารถผลิตสินค้าเพียงรายเดียวรองรับโครงการดังกล่าวทั้งหมด   น่าจะเปิดให้ผู้ผลิตหลายรายเข้าร่วมโครงการ   อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดโครงการออกมา   ถ้าทีโออาร์ออกมาก็สนใจเข้าไปศึกษา  และอยู่ในช่วงสอบถามไปยังบริษัทแม่ว่าสามารถผลิตสินค้าตามทีโออาร์ที่กำหนดได้หรือไม่

+โตชิบาเชื่อกระตุ้นตลาด
 ส่วนนายถกล นิยมไทย  ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายสินค้าไอที บริษัทโตชิบา (ไทยแลนด์) จำกัด   กล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่น่าสนใจ  ซึ่งอาจจะช่วยกระตุ้นให้ตลาดแท็บเลตคึกคักขึ้น   อย่างไรก็ตามต้องขอศึกษารายละเอียดก่อน   โดยเชื่อว่าผู้ผลิตทุกรายสนใจโครงการดังกล่าว   แต่ราคาที่กำหนดไม่เกิน 5,000 บาท น่าจะเป็นโอกาสของโลคัลแบรนด์ หรือ ผู้ผลิตโออีเอ็ม  ที่สั่งจากโรงงานผลิตในไต้หวันที่มี 50-60 โรงงานมาติดแบรนด์ตัวเอง  แต่สำหรับผู้ผลิตแบรนด์เนมราคาดังกล่าวนั้นค่อนข้างลำบาก  เพราะปัจจุบันขายแท็บเลตกันอยู่ที่ราคาหมื่นกว่าบาท   ซึ่งหากต้องการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวอาจต้องจัดทำเป็นสินค้ารุ่นพิเศษสำหรับนักเรียนขึ้นมา    

+แนะรัฐลงทุนอุปกรณ์เรียนรู้
 ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการไอทีรายหนึ่ง  กล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี   ถือเป็นการลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากรของประเทศ   อย่างไรก็ตามในการลงทุนไม่ควรมองเป็นแค่อุปกรณ์ หรือดีไวซ์   แต่ควรมองว่าเป็นการลงทุนอุปกรณ์การเรียนรู้   ที่ประกอบด้วยตัวฮาร์ดแวร์  ซอฟต์แวร์การศึกษา  และการดูแลรักษา   ซึ่งการตั้งราคาอุปกรณ์ดังกล่าวไว้ต่ำเกินไป อาจทำให้โครงการดังกล่าวไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 
 "การมองเฉพาะฮาร์ดแวร์อย่างเดียว โครงการมีโอกาสสำเร็จและล้มเหลว   ซึ่งถ้าจะให้โครงการดังกล่าวทำงานได้และเป็นไปตามเป้าหมายรัฐบาล จะต้องมองเป็นโซลูชันสำหรับการศึกษา  ที่มีทั้งแท็บเลต  ซอฟต์แวร์การเรียนการสอน และการบำรุงรักษา    ซึ่งการเอาแท็บเลตไปให้เด็กใช้นั้นมีความเสี่ยงในเรื่องของเครื่องหายและชำรุด ซึ่งจะต้องมีแผนรองรับส่วนนี้ด้วย"

+คนไทยทำแท็บเลตได้
 ขณะที่นายสวัสดิ์  เอิบโชคชัย  ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัทฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าที่ผ่านมาได้พัฒนาต้นแบบคอมพิวเตอร์พกพาแบบแท็บเลตขึ้นมาภายในบริษัทประมาณ 1 ปีแล้ว   โดยที่ผ่านมายังไม่มีใครรู้ว่าบริษัทไทยสามารถพัฒนาแท็บเลตขึ้นมาเองได้    ซึ่งจากการที่รัฐบาลใหม่มีนโยบาย One Tablet per Child  จึงสนใจและพร้อมร่วมกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย เพื่อสร้างแท็บเลต สำหรับการศึกษาของเด็กไทยขึ้นมา    โดยจะมีการออกแบบสินค้าให้สามารถใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพและแข็งแรงทนทาน  และเหมาะกับการใช้งานของคนไทย   อาทิ สามารถใส่แบตเตอรี่แบบ  AAA ได้    ขณะที่โปรแกรมสำหรับการศึกษา   และอีเลิร์นนิ่ง ซึ่งในการลงโปรแกรมจะต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ   ส่วนราคาเครื่องนั้นสามารถผลิตได้ในราคาประมาณ 3,000-5,000 บาท  แต่มีเสถียรภาพ และความคงทนกว่าสินค้าจากจีน  
 "ที่ผ่านมาบริษัทเป็นผู้ผลิตแผงวงจรฮาร์ดดิสก์ให้กับเวสเทิร์นดิจิตอลเดือนละ 2 ล้านชิ้น  ดังนั้นเชื่อว่าสามารถผลิตแท็บเลต 800,000 เครื่องได้โดยไม่มีปัญหา   ขณะเดียวกันก็จะรวบรวมนักพัฒนาโปรแกรมคนไทย เข้ามาร่วมโครงการ เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการศึกษาแห่งชาติ    ซึ่งก็จะช่วยให้เงินหมุนเวียนในประเทศ ดีกว่าไปสั่งสินค้าราคาถูกจากจีน ที่ไม่มีความเสถียร มีอายุการใช้งานไม่แน่นอนเข้ามาให้เด็ก "                 
 อนึ่งในอินเดีย  มีโครงการแท็บเลตเพื่อการศึกษา   โดยบริษัท Sakshat  ในอินเดีย ได้ผลิตคอมพิวเตอร์พกพา แท็บเลตราคาถูก  หน้าจอขนาด 7  นิ้ว ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 
โดยสเปกของ Sakshat Tablet   มีหน่วยความจำ หรือ แรม  ขนาด 2  กิกะไบต์  และมีหน่วยความจำภายในสำหรับจัดเก็บข้อมูลขนาดความจุ 32  กิกะไบต์ มีด้านกล้องหน้า  ออกมาขายให้กับประชาชน ราคา 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ   หรือประมาณ 1,085 บาท      ซึ่งรัฐบาลอินเดียได้เข้ามาอุดหนุนให้กับนักเรียนซื้อไปใช้เพื่อการศึกษาในราคา 25 ดอลลาร์สหรัฐฯ  หรือ ประมาณ 775 บาท    ขณะที่เกาหลีใต้ ประกาศแจกแท็บเลตให้เด็กนักเรียนทุกคนภายในปี 2015

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,651  10-13  กรกฎาคม พ.ศ. 2554

7.09.2554

เพิ่ม วิดีโอแชท บน เฟสบุีคแข่ง Google+

ข่าวใหญ่เช้านี้ เป็นไปตามคาดการณ์ที่หลายคนเฝ้ารอคอยการแถลงข่าวของ Facebook เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุด นั่นก็คือ การเพิ่มบริการ Skype บริการวิดีโอคอลล์ หรือความสามารถในการสนทนาแบบเห็นหน้ากันระหว่างเพื่อนๆ ใน Facebook ซึ่งเป็นการตอบโต้ความร้อนแรงของ Google+ ในขณะนี้
ความจริงบริการวิดีโอคอลล์ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่มันกำลังกลายเป็นสิ่งใหม่ในสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งของโลกที่มีผู้ใช้ใน ปัจจุบัน 750 ล้านรายอย่าง Facebook อีกทั้งยังเป็นคุณสมบัติทีมีการพูดถึงกันมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ Google ประกาศเปิดตัวโซเชียลเน็ตเวิร์กของตัวเองนั่นก็คือ Google+ เมื่อวานนี้ Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Facebook ได้ออกมาแนะนำบริการ"วิดีโอคอลล์"ที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Skype ที่เพิ่งถูกซื้อไปโดย Microsoft โดยผู้ใช้ Facebook ทั่วโลกจะได้ใช้บริการวิดีโอคอลล์ในอีกสองสามสัปดาห์ข้างหน้านี้
อย่าง ไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับ Hangout ของ Google+ บริการวิดีโอคอลล์ของ Facebook อาจจะสู้ไม่ได้ เนื่องจาก Google+ จะเปิดให้ผู้ใช้สามารถแชทบนวิดีโอกับกลุ่มเพื่อนๆ ได้ ในขณะที่วิดีโอแชทของ Facebook จะเป็นระหว่างคนสองคน (One-on-One, PC-to-PC) เท่านั้น ซึ่งการเรียกประชุมกลุ่มเพื่อนผ่านระบบวิดีโอจะทำได้สะดวกกว่าหากใช้ Hangout ใน Google+ แต่ต้องไม่ลืมว่า วิดีโอแชทไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะทำให้ Google สามารถเอาชนะโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง Facebook ได้ อีกทั้ง Google+ ยังเป็นแค่การเริ่มต้น และจำกัดจำนวนผู้ใช้งานอยู่ในขณะนี้ และหากมองย้อนประวัติศาสตร์ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ Google พยายามจะรุกเข้าไปในโซเชียลเน็ตเวิร์ก (คงจะจำ Orkut, Buzz และ Wave ได้นะครับ)
สำหรับ การใช้งานวิดีโอคอลล์บน Facebook ครั้งแรก ผู้ใช้เพียงแค่คลิกปุ่มไอคอนรูปกล้องวิดีโอเล็กๆ ที่อยู่ในหน้าต่าง chat (หรือใต้เมนูมุมบนขวา) ระบบจะมีการดาวน์โหลดปลั๊กอิน (โปรแกรมวิดีโอคอลล์เวอร์ชันย่อขนาดของ Skype) หลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว คุณก็สามารถใช้ฟังก์ชันวิดีโอแชทกับเพื่อนๆ คนใดก็ได้ที่เล่น Facebook ในขณะนั้น และเปิดการใช้แชท จากการทดสอบของผู้ใช้กลุ่มแรกๆ เปิดเผยว่า มันใช้งานได้ดี โดยเฉพาะการสนทนากับเพื่อนบนนั้น และสามารถคุยกันระหว่าง Mac กับ PC ได้อย่างไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ผู้ใช้สามารถเปิดหน้าต่างวิดีโอคอลล์เต็มจอ เพื่อเห็นหน้ากันจะๆ เมื่อมีใครเรียกสายคุณ หน้าต่างจะปรากฎขึ้นมาซ้อนบน Facebook ไม่ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้นก็ตาม คุณสามารถคลิกตอบรับ หรือปฏิเสธสายที่เรียกเข้ามาได้ และหากเพื่อนที่ติดต่อไปนั้นไม่ได้ออนไลน์ คุณก็ยังสามารถบันทึกวิดีโอเมสเสจ เพื่อให้เขาเปิดในภายหลังได้อีกด้วย
<object width="640" height="390"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/uAc5uixDP6Q&hl=en_US&feature=player_embedded&version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowScriptAccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/uAc5uixDP6Q&hl=en_US&feature=player_embedded&version=3" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="640" height="390"></embed></object>
บริการวิดีโอคอลล์บน Skype ยังมีข้อจำกัดอีกประการหนึ่งนั่นคือ ผู้ใช้สามารถเรียกสายสนทนาแบบเห็นหน้ากันใน Facebook เท่านั้น แต่จะไม่สามารถเรียกสายไปนอก Facebook เพื่อพูดคุยกับเพื่อนในคอนแท็คส์ของโปรแกรม Skype ได้ แม้คุณจะติดตั้ง Skype ไว้บนคอมพิวเตอร์ของคุณก็ตาม Facebook ต้องการให้เรียกสายวิดีโอกับเพื่อนๆ ด้วยกันใน Facebook เท่านั้น และคุณไม่สามารถเรียกสายผู้ใช้ที่ไม่ใช่เพื่อนของคุณได้ นอกจากนี้ มันยังจำกัดการใช้งานระหว่างคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถเรียกผ่านไปยังแอพฯบนมือถือ หรือในทางกลับกันได้ (แต่ในอนาคตก็ไม่แน่) และระบบจะไม่ยอมให้คุณปิดวิดีโอ เพื่อสนทนาด้วยเสียงเพียงอย่างเดียว ตลอดจนระบบจะไม่ยอมให้แชร์ไฟล์ขณะสนทนา หรือจะเปิดดู YouTube พร้อมกันแบบ Google+ ก็ทำไม่ได้อีกด้วย แม้จะฟังดูมีข้อจำกัดในการใช้งาน หรือไม่เก่งเท่า Hangout ของ Google+ แต่ทำแค่นี้ก็เชื่อว่า ผู้ใช้ทั่วโลกคงจะใช้เวลากับ Facebook มากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน
<object width="640" height="390"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/Xr47IIKOxU8&hl=en_US&feature=player_embedded&version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowScriptAccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/Xr47IIKOxU8&hl=en_US&feature=player_embedded&version=3" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="640" height="390"></embed></object>
Souurce : AriP
 

6.27.2554

ทหารเกณฑ์รับแจก ไอแพด จากกองทัพสิงคโปร์


กองทัพสิงคโปร์เตรียมแจกไอแพดให้กับพลทหารใหม่ 8000 เครื่อง ในเดือนพฤศจิกายนนี้ และเตรียมแจกให้ทหารกลุ่มอื่นในปีหน้า 
กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์แถลง เผยจะแจกจ่ายแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ “ไอแพด” จำนวน 8,000 เครื่อง ให้แก่พลทหารที่เข้าประจำการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป และมีแผนจะแจกจ่ายให้แก่ทหารกลุ่มอื่นๆในปีหน้า
โดยปัจจุบัน ไอแพด2 ราคาถูกที่สุดที่วางจำหน่ายในสิงคโปร์ประมาณเครื่องละ 668 ดอลลาร์สิงคโปร์ (16,600 บาท)ทางด้าน เนียว เกียน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ ระบุว่า การนำไอแพดมาใช้จะช่วยให้กองทัพสิงคโปร์ (เอสเอเอฟ) สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่ ซึ่งทหารสามารถใช้กล้องในไอแพดถ่ายภาพและบันทึกวีดีโอขณะปฏิบัติหน้าที่ และอัพโหลดขึ้นแพลตฟอร์ม LEARNet ของเอสเอเอฟ จากนั้นก็จะสามารถใช้ภาพและวีดีโอเหล่านี้ประเมินผลสัมฤทธิ์ของภารกิจที่เสร็จสิ้นลง นอกจากนี้ พลทหารยังสามารถส่งคำถามไปถึงผู้บังคับบัญชาผ่านระบบ ไลฟ์ แมสเสจจิง และตั้งกลุ่มสนทนาได้อีกด้วย
ขณะนี้ เอสเอเอฟ กำลังหารือกับคู่สัญญาเอกชน เพื่อออกแบบแอปฟลิเคชันที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานของกองทัพ




Source: News Center






6.24.2554

โครมบุ๊ค อาวุธชิ้นใหม่ของ Google ในการขยายอำนาจไอที

การต่อสู้ระหว่างบริษัทไอทีและคอมพิวเตอร์เพื่อแย่งชิงตลาดด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ยังคงทวีความดุเดือดอย่างไม่หยุดยั้ง เมื่อ Google ได้กลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของ Microsoft อีกครั้ง ด้วยการปล่อย การบริการด้านซอฟต์แวร์ที่มาพร้อมกับ Laptop แบบใหม่ที่เรียกว่า Chromebooks  ด้วยค่าบริการ $28(840 บาท) ต่อเดือน ต่อหนึ่งผู้ใช้        นี่เป็นความคิดธุรกิจที่ต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากมายมหาศาลในการสนับสนุนด้านไอที ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ที่จะสู้กับ Microsoft ที่ได้ผูกขาดการให้บริการ Windows OS และ Microsoft Office มาเป็นเวลานาน   และ Google ต้องการที่จะเป็นผู้นำทั้งทางด้านการให้บริการและราคา โดย Google จะใช้แล็ปท็อปขนาดเล็กที่ได้มาตรฐานจากซัมซุงและเอเซอร์ทำงานบนระบบปฏิบัติ การ Chrome ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในเดือนธันวาคม Chromebooks ใหม่ที่ Google เรียกอย่างเต็มปากและเต็มที่ว่า Web-based โดยจะประกอบไปด้วย โปรแกรม และ พื้นที่จัดเก็บในรูปแบบของ Cloud จุดเด่นคือผู้ใช้สามารถเข้าถึงการใช้งานที่หลากหลายของซอฟต์แวร์เช่น Google Docs, Salesforce CRM และซอฟแวร์การแก้ไขภาพโดยที่ผู้ใช้ ไม่ต้องติดตั้งและอัพเกรดอัตโนมัติ ซึ่ง Google จะให้การสนับสนุนทุกอย่างรวมทั้งการซ่อมแซมและเปลี่ยน ทั้งหมดในราคาต่อเดือนที่ถือว่าถูกมาก มาก

"นับเป็นครั้งแรกทีมีการบริการทั้งซอฟแวร์และฮาร์ดแวร์ เป็นแพคเกจร่วมกัน"รองประธานอาวุโสของ Google ,Sundar Pichai กล่าวในการประชุม  Google I / O ที่ San Francisco"
จากการใช้ PC แบบเดิมๆ ที่ผู้ใช้ส่วนมากยังไม่รู้จักวิธีดูแล Computer เมื่อซื้อไปแล้วและติดตั้งโปรแกรม จะดูดีในครั้งแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปการทำงานก็มีแต่ช้าลงเรื่อยๆ  และผู้ใช้จะมีความกังวลต่อการเสื่อมสภาพนี้ แต่การให้บริการ Office Space ครั้งนี้ Google สามารถที่จะอัพเดท Chromebooks ของผู้ใช้ทุกคนได้โดยอัตโนมัติ ได้ทุกสัปดาห์เลยที่เดียว และ Google ได้ให้บริการนี้กับกับโรงเรียนด้วยค่าบริการที่ต่ำกว่า $25 ต่อผู้ใช้ ต่อเดือน รวมทั้งสามารถซื้อ Chromebooks โดยที่ไม่ต้องรับบริการ office ด้วยราคา $350(12,950 บาท)
<iframe width="560" height="349" src="http://www.youtube.com/embed/GzpBLsh7Xko" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More