โครมบุ๊ค อาวุธชิ้นใหม่ของ Google ในการขยายอำนาจไอที

การต่อสู้ระหว่างบริษัทไอทีและคอมพิวเตอร์เพื่อแย่งชิงตลาดด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ยังคงทวีความดุเดือดอย่างไม่หยุดยั้ง เมื่อ Google ได้กลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของ Microsoft อีกครั้ง

MediaPad 'แท็บเล็ตตัว'แรกของบริษัท Huwei

หัวเว่ย (Huwei) ประกาศเปิดตัว MediaPad 'แท็บเล็ตตัว'แรกของทางบริษัทที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 7 นิ้ว และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 3.2 ซึ่งการทำงานส่วนใหญ่จะไม่ต่างจาก Android 3.1 มากนัก ยกเว้นการออกแบบให้ทำงานบนแท็บเล็ตจอที่มีขนาดเล็กได้ดีกว่า MediaPad ของ Huawei จะมีหน้าจอ LCD ทำงานในระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว สามารถเล่นวิดีโอ 1080 HD ได้อย่างลื่นไหล พร้อมพอร์ต HDMI โดยภายในใช้ซีพียูดูอัลคอร์ของ Qualcomm ความเร็ว 1.2GHz กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล.

Nokia และ ِApple ตกลงเรื่องสิทธิบัตร

หลังจากเป็นคดีกันอยู่ระยะเวลาหนึ่ง ในที่สุด Apple ก็ปิดการเจรจากับ Nokia แบบต่างฝ่ายต่างพอใจในข้อตกลงที่ลงตัวกัน เป็นที่เเรียบร้อยแล้ว ในวงการ ไอทีโลกไม่เฉพาะแค่สองคู่กรณีนี้เท่านั้นที่มีปัญหาในเรื่องนี้ บริษัทที่ดังๆ หลายบริษัทก็เป็นคู่ กรณีในเรื่องแบบนี้อยู่ในศาลกันมากมายเช่นกัน การฟ้องกันระหว่างบริษัทอันเนื่องมาจากบรรดาสิทธิบัตรต่างๆ ดูจะเป็นเรื่องที่ใช้ได้ผล ทั้งในแง่หารายได้ กับเอาไว้สกัดขาคู่แข่งบ้าง คดีหนึ่งที่เคยเป็นข่าวผ่านมา นั้นคือเรื่องของ Nokia ฟ้อง Apple ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์สิทธิบัตรเทคโนโลยีการสร้างโทรศัพท์

กูเกิล อินสตั้น เพจ ความรวดเร็วในการค้นหา

รายงานข่าวที่เกียวกับ Google อีกสักชิ้นนะครับ เพราะช่วงนี้ดูท่าจะเร่งเครื่องบริการอย่างเต็มที่ (ล่าสุดรุกหนัก แม้แต่ทีวีในบ้านเรายังมีโฆษณาบราวเซอร์ Chrome โผล่ให้เห็นเป็นระยะๆ) หลังจากเมื่อวานได้แนะนำการค้นหาด้วยเสียงพูด และภาพแล้ว วันนี้ Google ประกาศเปิดตัวบริการ Instant Pages อย่างเป็นทางการ ซึ่งคุณสมบัติใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดเข้าหน้าเว็บจากลิงค์ผลลัพธ์ ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมได้แทบจะทันที เมื่อคืนนี้ตามเวลาในบ้านเรา Google ได้ประกาศเปิดตัวคุณสมบัติใหม่ที่เรียกว่า Instant Pages

Nook Touch ความลงตัวของการท่องเว็บบนเครื่องอ่านอีบุ๊ค

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Innovation แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Innovation แสดงบทความทั้งหมด

8.10.2554

กระดาษอิเลคโทรนิค



ITRI: Industrial Technology Research Institute หรือ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุตสาหกรรม ในไต้หวันได้พัฒนาเทคโนโลยีกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้ซ้ำ (Resuable e-paper) ได้ ซึ่งมันอาจเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ไปเลยทีเดียว
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน เทคโนโลยีกระดาษอิเล็กทรอนิกส์จะไม่เหมือนกับแอพพลิเคชันอย่าง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) และแท็บเล็ต (tablet) ที่วางขายอยู่ในท้องตลาดขณะนี้ โดยกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ของ ITRI เมื่อพิมพ์ (บันทึก) ข้อมูลลงไปบนตัวมันแล้วจะไม่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าใดๆ เหมือนอุปกรณ์ข้างต้น เนื่องจากทั้งเนื้อทั้งตัวมันจะมีคุณสมบัติคล้ายกระดาษแผ่นหนึ่ง เพียงแต่วัสดุทีใช้ทำไม่ใช่ สามารถพิมพ์ หรือบันทึกข้อมูลด้วยเครื่องพิมพ์พิเศษ ไม่ใช่เครื่องพิมพ์ทั่วไป

สำหรับกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มีการพัฒนาขึ้นมานี้มีชื่อว่า i2R e-paper ซึ่งกลไกการพิมพ์ หรือบันทึกข้อมูลลงบนหน้ากระดาษฯ จะอาศัยแค่ความร้อน เพื่อบันทึกภาพที่ต้องการลงบนแผ่นทีมีคุณสมบัติคล้ายจอ LCD แต่มีความยืดหยุ่น และบางจนม้วนได้ อย่างไรก็ดี i2R e-paper สามารถทำงานร่วมกับหน่วยความจำได้ด้วย เช่น ในกรณีที่ต้องการทำป้ายที่สามารถโปรแกรมให้เปลี่ยนภาพที่แสดงเมื่อถึงเวลาที่กำหนด

ด้วยคุณสมบัติการทำงานของกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถแสดงผลได้ โดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า อีกทั้งยังสามารถลบ เพื่อแก้ไขข้อมูลใหม่ซ้ำได้ ไม่เหมือนกระดาษที่พิมพ์แล้วไม่สามารถลบโดยใช้เครื่องที่มีลักษณะการทำงานคล้ายแฟกซ์ (ป้อน e-paper เข้าไป มันก็จะลบข้อมูลออกไปหมดเหมือนเป็นแผ่นใหม่) เพื่อนำกลับมาพิมพ์ซ้ำได้ i2R e-Paper จึงเหมาะกับการทำเป็นป้ายกระดาษที่ใช้ติดตามร้าน เพื่อลดการใช้กระดาษจริงที่ต้องมีการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเจ้ากระดาษอิเล็กทรอนิกส์นี้สามารถลบและบันทึกข้อมูลเข้าไปใหม่ได้ถึง 260 ครั้ง หรือลดการทำลายต้นไม้ได้ 1 - 2 ต้นต่อแผ่น ทีมวิจัยคาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนครั้งเป็น 500 ครั้ง (1 แผ่นแทนกระดาษได้มากกว่า 1 รีม) ภายในปีสองปีข้างหน้า

ITRI คาดว่า เทคโนโลยีนี้จะถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะหน้าร้านที่ต้องมีการเปลี่ยนป้ายกระดาษ และสถานที่สาธารณะต่างๆ อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยได้ทดลองใช้กับแอพพลิเคชันอื่นๆ ที่น่าสนใจด้วย เช่น การใช้งานเป็น e-wallpaper วอลล์เปเปอร์ที่เปลี่ยนลดลายได้หากเบื่อ หรือนาฬิกา e-paper ที่ใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์คอยรีเฟรชภาพในแต่ละวินาที หรือแม้แต่ e-ticket ที่สามารถนำไปใช้ซ้ำสำหรับอีเวนท์ต่างๆ ขณะนี้ทางสถาบันได้ร่วมมือกับบริษัทต่างๆ เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะวางจำหน่ายภายใน 2 ปีข้างหน้า โดย i2R e-Paper หนึ่งแผ่นต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 2 เหรียญฯ (ประมาณ 60 บาท)

เว็บไซต์ในข่าว: reuters

7.12.2554

Samsung Note Book แสงอาทิตย์


หลังจากที่ทีมงานของเราเคยนำข่าว โน๊ตบุ๊ค พลังงานแสงอาทิตย์ ของค่าย ฟูจิตสึ ไปแล้ว 
และวันนี้ทาง Samsung ไม่ยอมน้อยหน้า ขอเสนอ เน็ตบุ๊ค พลังแสงอาทิตย์ กันบ้าง
 ในชื่อ Samsung NC215S โดย Sumsung NC2155 ปรากฎที่ Africa และ Russia 
เป็นครั้งแรก และมีแผงโซลาเซลล์อยู่ที่ฝาของตัวเครื่อง โดยจะสามารถใช้งานได้ประมาณ 
1 ชั่วโมง ต่อการชาร์จจากแสงอาทิตย์ 2 ชั่วโมงSamsung NC215S จะมาพร้อมกับหน่วย
ประมวลผล Intel Atom N570 Dual-Core 1.66GHz มีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ความ
ละเอียดอยู่ที่ 1024x600 พิกเซล ตามมาด้วย Webcam, ช่องเสียบ SD Card, พอร์ต USB 
และแบตเตอรี่ ขนาด 6 Cell [ซึ่งถ้าชาร์จเต็มจะสามารถใช้งานได้ถึง 14 ชั่วโมง]
Sumsung NC2155 จะวางจำหน่ายที่ อเมริกาแล้ว ในวันที่ 3 กรกฎาคม นี้ ด้วยราคา 399
เหรียญหรือประมาณ 11,970 บาท



------------------------------
แปลและเรียบเรียงโดย : NF Staffs
ที่มา Laptopspec

7.02.2554

มาแล้วครับแฟนๆ IE 10 Platform Preview 2


Download IE10P2

IE 9 ไม่ทันจางหายไปไหน วันนี้ Microsoft ได้ประกาศเปิดตัว Internet Explorer 10 หรือ IE 10 Platform Preview 2 สำหรับนักพัฒนาได้ทดสอบประสิทธิภาพแล้ว...เว้า...Bravo ..Bravo.. และแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ และเว็บแอพฯ ที่เข้ากันได้กับ IE 10 โดยทางไมโครซอฟท์มีแผนที่จะส่งมอบบราวเซอร์เวอร์ชันสมบูรณ์ไปกับระบบปฏิบัติ การ Windows 8 และผู้ใช้ Windows 7 ในช่วงปีหน้าสำหรับ IE 10 PP2 เผยให้เห็นถึงคุณสมบัติใหม่ที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุน เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์เว็บไซต์ อย่างเช่น การทำ Positioned Floats ของ CSS3 ที่ช่วยให้การจัดเลย์เอาต์บนหน้าเว็บคล้ายนิตยสารมากขึ้น ฟังก์ชันลากแล้ว วาง (Drag-n-Drop) ด้วย HTML5 ตลอดจนการใช้ File Reader API และ Media Query Listeners รวมถึงฟอร์มรูปแบบต่างๆ ของ HTML5 นอกจากนี้ การรันแอพพลิเคชันที่พัฒนาบน HTML5 ยังได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นในขณะที่ไม่ใช้พลังงานจาก แบตเตอรี่มากเกินไปอีกด้วย อีกจุดหนึ่งที่พบใน IE 10 PP2 ก็คือ การพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการสนับสนุน HTML5 Sandbox และ iFrame Isolation
และ เช่นเดียวกับการเปิดแพลตฟอร์มพรีวิวที่ Microsoft ได้ปฏิบัติมาตั้งแต่ IE 9 จนถึง IE 10 นั่นก็คือ การไฮไลท์ประสิทธิภาพการทำงานที่แตกต่างของเว็บแอพฯ และการโหลดหน้าเว็บบน IE กับบราวเซอร์คู่แข่ง โดยคุณผู้อ่านของเว็บไซต์ arip ที่สนใจสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียด หรือดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ IE 10 Test Drive ซึ่งการโชว์ออฟสำหรับ IE 10 Platform Preview 2 ก็จะมีชุดหิ่งห้อยยามค่ำ (Fireflies) การจำลองภาพน้ำพุเต้นระบำ (Fountains) และการนำเสนอเว็บไซต์ How Stuff Works ด้วยการใช้คุณสมบัติใหม่ของ IE 10 PP2 และตัวอย่างอื่นๆ อีก 9 แบบด้วยกัน 
นอก เหนือจากประเด็นต่างๆ ข้างต้นแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การที IE 10 ทำงานร่วมกับบริบทของ Windows 8 เพราะนั่นหมายความว่า ระบบปฏิบัติการรุ่นต่อไปของ Microsoft จะสนับสนุน HTML5, CSS3 และ JavaScript โดยเฉพาะการรันโค้ด JavaScript ด้วยโพรเซสแบคกราวด์ที่มีอยู่ใน IE 10 PP2 รวมถึง API จัดการ HTML5 ทีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นั่นหมายความว่า Windows 8 จะสามารถรองรับการรันแอพฯ ทั้งในเครื่อง และบนเน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง ซึ่งรายละเอียดในเรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไป

วัดหัวใจด้วยปลายนิ้ว ใช้โปรแกรม Instant Heart Rate


ารดูแลสุขภาพของคนวัยทำงานเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะไหนจะทั้งงาน ทั้งความเครียด ปัญหาชีวิตต่างๆมากมาย ที่สำคัญการขาดการออกกำลังกายเป็นสาเหตุอันนำมาซึ่งโรคต่างๆ รวมถึงโรคหัวใจ ซึ่งการเต้นที่ไม่เป็นปกติของหัวใจก็บ่งบอกถึงอันตรายได้ การตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่...แหม ผมเชื่่อว่าชาว ARiP หลายๆท่านคงจะเบื่อกับการจับข้อมือและนับอัตราการเต้นของหัวใจด้วยตัวเองใช่ ไหมครับ ก็ในเมื่อเรามีเทคโนโลยีดีๆอยู่ในมือกันแล้วนี่ เมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้วล่ะก็ ใครมี iPhone ก็หยิบขึ้นมาเลยครับ 
Instant Heart Rate เป็น App ที่จะช่วยให้คุณตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจของคุณได้ เพียงแค่ใช้นิ้วมือเท่านั้น!หลักการทำงานของ App นี้ คือการที่มันจะจับภาพจากกล้องด้านหลังของตัวเครื่อง โดยให้เราวางนิ้วทับลงบนเลนส์กล้องของ iPhone จากนั้น App จะคอยตรวจวัดความเปลี่ยนแปลงของสีที่อยู่บนนิ้วมือของเรา กล่าวคือ ในแต่ละการเต้นของหัวใจ การ สูบ-ฉีด เลือดของหัวใจ จะก่อให้เกิดความแตกต่างของแรงดันเลือด ทำให้สีที่เกิดขึ้นบนผิวหนังบริเวณนิ้วของเราเปลี่ยนไปไม่เท่ากันนั่นเอง ว้าว!
นอกจากการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแล้ว Instant Heart Rate ยัง ทำหน้าที่เป็นเหมือนพยาบาลส่วนตัว คอยเก็บบันทึกอัตราการเต้นเป็นประจำ สามารถเก็บบันทึกเป็นประวัติและนำออกมาแสดงเป็นกราฟ นอกจากนั้นถ้าคุณเป็นห่วงว่าการเต้นของหัวใจจะผิดปกติ ยังมีโซนที่เรียกว่า Heart Rate Recovery ที่ จะแนะนำว่าควรจะบริหารร่างกายอย่างไรและอัตราการเต้นของหัวใจควรจะอยู่ใน ระดับใดเมื่อเราออกกำลังกาย และที่ขาดไม่ได้คือฟังก์ชั่นการ Share อัตราการเต้นของเราไปยัง Social Network ต่างๆ ให้เพื่อนๆเรา ลองจิตนาการว่าหากผู้อ่าน มีสมาชิกในครอบครัวที่สูงอายุหรือมีปัญหาด้านสุขภาพ แต่ต้องพักอาศัยอยู่ห่างกัน ไม่สามารถแวะไปดูแลได้ คงจะมีประโยชน์ไม่น้อยที่สามารถติดตามสุขภาพหัวใจของคนในครอบครัวผ่านทาง Social Network ได้ทุกๆวันนั่นเอง
Instant Heart Rate - App Review
เอา มือกดไว้แบบนี้ จนกว่าจะเห็นว่าไอค่อนรูปหัวใจบนหน้าจอกระพริบตามจังหวะการเต้นของหัวใจของ เราครับ ซึ่งทางทีมงาน ARiP ลองแล้วได้ผลออกมาแม่นยำมากทีเดียว (สำหรับใครที่ไม่ได้ใช้ iPhone 4 ซึ่งจะไม่มี Flash ก็สามารถใช้งานได้นะครับ เพียงแต่ว่าต้องเป็นที่ๆมีปริมาณแสงที่เพียงพอครับ 

Instant Heart Rate - App ReviewInstant Heart Rate - App Review
ผู้เขียนวัดได้ที่ 99 BPM ครับ เอ...จะเป็นอะไรไหมน้อ...
บันทึกเก็บไว้เป็น History 
ได้เรื่อยๆครับ
Instant Heart Rate - App Review
แสดงผลออกมาเป็นกราฟตามวัน สัปดาห์ หรือ เดือนได้ แค่หมุนหน้าจอแนวนอน
Instant Heart Rate - App Review
ตั้งค่าเพศและอายุด้วยนะครับ
Instant Heart Rate - App Review

ใครที่วัดแล้วน่าเป็นห่วง ก็เริ่มหันมาออกกำลังกาย
ตามคำแนะนำใน HR Zones ได้ครับ


Instant Heart Rate - App Review
สามารถแชร์ผ่านทาง Facebook, Twitter, Email และ Tumblr ได้
อย่างไรก็ดีทาง ARiP แนะนำว่าก่อนจะเริ่มวัด อย่าลืมเข้าไปที่ Tab ของ Settings เพื่อ เข้าไปตั้งค่า เพศและอายุก่อนนะครับ เกณฑ์การวัดที่ออกมาจะได้อยู่ในระดับที่ถูกต้อง และที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ส่วน Instant Heart Rate สามารถดาว์นโหลดได้แล้วใน AppStore ในราคาเพียง 0.99 เหรียญเท่านั้น คนรักสุขภาพอย่างชาวARiP ห้ามพลาด ถ้าลองใช้แล้วอัตราการเต้นของใครได้เท่าไหร่ อย่าลืม Share ให้ชมกันผ่านทาง Facebook Fanpage ของ ARiP 
Credit : Arip

6.08.2554

QR Code กับยุคสมัยเทคโนโลยี่

ลายๆคนคงเคยเห็นรูปกล่องสี่เหลี่ยมลายจุดสีดำแปลกๆตามสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นบนหนังสือพิมพ์นิตยสาร ป้ายโฆษณา หรือหน้าบนเว็บไซต์ต่างๆแล้วงงๆไม่รู้ว่าจะเอาไว้ทำอะไร tips & tricks ฉบับนี้จึงขอไขปริศนากล่องลายจุดหรือเรียกกันว่า QR code ให้ได้ทราบกันครับ
QR Code คืออะไร
QR code คือบาร์โค้ดรูปแบบใหม่ที่ใช้การเก็บข้อมูลต่างๆไม่ว่าจะเป็นข้อความสั้นๆ,ลิ้งก์ที่อยู่เว็บไซต์หรือเบอร์โทรศัพท์ต่างๆที่ซับซ้อนเกินกว่าที่บาร์โค้ดแบบเดิมๆจะสามารถทำได้ต้นกำเนิดของ QR code มาจากที่ญี่ปุ่นโดยบริษัท Denso-wav เป็นผู้คิดค้นเมือปี 1994  ซึ่งเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานแล้วแต่เพิ่งมาเริ่มใช้ในประเทศไทยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง คำว่า QR ย่อมาจาก Quick Response  หรือแปลเป็นไทยก็คือตอบสนองรวดเร็วซึ่งเป็นความตั้งใจของผู้คิดค้นที่ต้องการให้โค้ดสามารถส่งต่อข้อมูลถึงผู้พบเห็นได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง
QR code ที่เราพบเห็นในบ้านเรามากที่คือ QR code บนหน้าโฆษณาที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และป้ายหน้าร้านค้าต่างๆ QR code เหล่านี้มักจะเก็บข้อมูลลิ้งก์ที่อยู่ของหน้าเว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่โฆษณาเพื่อให้ผู้อ่านสามารถใช้โทรศัพท์มือถือที่มีกล่องทำการถ่ายและสแกนผ่านโปรแกรม QR code ที่มีอยู่ในเครื่องเพื่อเก็บข้อมูลลิ้งก์และนำไปใช้เปิดดูหน้าเว็บนั้นๆต่อไปได้ในทันที่เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงหน้าเว็บรายละเอียดสินค้าและบริการนั้นได้เป็นอย่างมาก
จะรู้ได้อย่างไรว่าโทรศัพท์ของคุณสแกน QR code ได้หรือไม่ หลักๆแล้วโทรศัพท์ของคุณต้องเป็นรุ่นที่มีกล่องถ่ายรูปอยู่ในตัวและสามารถติดตั้งโปรแกรมต่างๆเพิ่มเติมได้ถ้าโทรศัพท์ของคุณเข้าข่ายนี้และเป็นรุ่นที่ออกในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเชื่อได้ว่ามากกว่า 90% จะต้องมีโปรแกรมสแกน QR code ให้โหลดไปติดตั้งบนโทรศัพท์ของคุณอย่างแน่นอน
คราวนี้เรามาดูรายชื่อโปรแกรมสแกน QR code ที่นิยมใช้และมีให้โหลดไปใช้ได้ฟรีกัน
1.KAYWA Reader  (http://qrcode.kaywa.com)
2.Neo Reader  (http://www.neoreader.com)
3.Bee Tagg QR Reader  (http://www.beetagg.com)
ให้คุณเข้าไปเปิดดูเว็บไซต์ของแต่ละโปรแกรมที่แนะนำข้างต้น เพื่อตรวจสอบดูว่าโปรแกรมรองรับการติดต่อบนโทรศัพท์รุ่นที่คุณใช้หรือไม่จากนั้นให้คุณดาวน์โหลดโปรแกรมดังกล่าวเพื่อทำการติดตั้งบนโทรศัพท์มือถือของคุณซึ่งขั้นตอนรายละเอียดการดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของโทรศัพท์มือถือที่คุณใช้ให้คุณศึกษาวิธีการจากคู่มือการใช้งานโทรศัพท์มือถือของคุณอีกที่หนึ่งครับ
วิธีการสแกน  QR code ของโทรศัพท์มือถือ
แต่ละโปรแกรมที่คุณเลือกใช้ในการสแกน  QR code อาจมีหน้าตาและวิธีการใช้แตกต่างกันเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนคล้ายๆกันคือเมือคุณเปิดตัวโปรแกรมจะมีปุ่มฟังก์ชั่นสแกน ให้คุณกดปุ่มดังกล่าวและหันหน้ากล่องไปยัง QR code ที่คุณต้องการอ่าน หลังจากที่โปรแกรมอ่านโค้ดได้เสร็จก็จะขึ้นหน้าแสดงข้อมูลที่อ่านได้พร้อมกับถามคุณว่าจะให้ทำอะไรต่อไปกับข้อมูลที่อ่านได้ เช่นในกรณีข้อมูลที่ได้เป็นลิ้งก์ไปหน้าเว็บไซต์ โปรแกรมก็อาจจะถามว่าจะเปิดราวเซอร์เพื่อเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ที่ว่าเลยหรือไม่ เป็นต้น
คุณเองก็สามารถสร้าง QR code เองได้
ถ้าคุณเข้าไปค้นหาใน Google คุณจะพบว่ามีอยู่หลายเว็บไซต์มากที่ช่วยคุณสร้าง QR code ของคุณเองได้ โดยทั่วไปวิธีการสร้างก็คล้ายๆกันในที่นี้ผมขอใช้เว็บไซต์ของ KAYWA Reader เป็นตัวอย่างประกอบครับ โดยมีขั้นตอนง่ายๆดังต่อไปนี้คือ
1.เปิดหน้าราวเซอร์บนคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อไปที่หน้าเว็บของ KAYWA Reader โดยเข้าไปที่
http://qrcode.kaywa.com บนหน้าเว็บนี้จะมีกล่องที่ชื่อ QR-CODE GENERATOR
ซึ่งเป็นส่วนที่ให้คุณสร้าง QR code ของคุณเอง
2.ให้คุณเลือกชนิดของข้อมูลที่ต้องสร้างเป็น QR code ในช่อง Content type ซึ่งมีให้คุณ URL
(ลิ้งก์ไปหน้าเว็บไซต์),Text(ข้อความ) Phone Number(เบอร์โทรศัพท์)และ SMS(ข้อความสั้น)โดยให้คลิกเลือกปุ่มหน้าชนิดข้อมูลที่คุณต้องการ ในที่นี้ผมเลือกเป็น URL
3.ให้คุณเริ่มพิมพ์ข้อมูลที่ต้องการเข้าไปในส่วนของช่อง Content ซึ่งในที่นี้ผมพิมพ์ว่าhttp://www.synnex.co.th/
4.ในเว็บ KAYWA Reader คุณสามารถเลือกได้ด้วยว่าต้องการ QR code ใหญ่ขนาดไหน ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ Sไปถึง XL ในที่นี้ผมขอเลือกเป็น L
5.คลิกที่ปุ่ม Generateโปรแกรมของเว็บไซต์ KAYWA Reader ก็จะทำการสร้าง QR Code ให้กับคุณในทันที ซึ่งจะปรากฏที่บริเวณด้านซ้ายของกล่อง
6.คุณสามารถเซฟ QR Code ที่ได้เก็บลงในคอมพิวเตอร์ของคุณได้โดยคลิกขวาที่ QR Code ที่ได้แล้วคลิกเลือกคำสั่ง Save lmage As… เลือกที่ตำแหน่งที่คุณต้องการเก็บในเครื่องแล้วคลิกปุ่ม Save หรือถ้าคุณต้องการเอา QR code ที่ได้ไปแปะไว้บนหน้าเว็บของคุณเองให้คุณก็อบปี้โค้ด HTML ที่อยู่ในด้านล่างของ QR code ที่ได้ แล้วเอาไปแปะในโค้ดหน้าเว็บของคุณได้เลย
เห็นไหมครับว่าใครๆก็สามารถสนุกและมีประโยชน์ไปกับการใช้ QR code ได้ไม่ยากเลยไม่ว่าจะเป็นสแกนโค๊ตที่เจอมา หรือสร้างโค๊ตใหม่ขึ้นมาเอง ก่อนจบลองมาเล่นสนุกกับการสแกน QR code ตัวนี้ดูครับ ดูซิว่ามีข้อความอะไรภายใต้โค๊ตตัวนี้บ้าง

5.21.2554

Logitech ผลิตอุปกรณ์เสริม "แท็บเล็ต"



      รายงานข่าวล่าสุด ลอจิเทค (Logitech) บริษัทผู้นำอุปกรณ์เสริมการใช้งานคอมพิวเตอร์ (เมาส์, คีย์บอร์ด, เมาส์ปากกา ฯลฯ) ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับแท็บเล็ต Android และ iPad ซึ่งตัวอย่างแก็ดเจ็ตที่น่าสนใจก็จะมีคีย์บอร์ดไร้สายที่มาพร้อมกล่องใส่ที่หน้าที่เป็นขาตั้ง iPad และลำโพงไร้สาย
      และแล้ว Logitech ก็กระโดดเข้าสู่ตลาด"แท็บเล็ต" จนได้ โดยออกผลิตภัณฑ์เป็นอุปกรณ์เสริมการใช้งาน iPad และแท็บเล็ตสายพันธุ์ Android ที่ทำงานแบบไร้สายด้วยบลูทูธ (Blutooth) ในระดับราคาที่น่าสนใจ (99.99 เหรียญฯ หรือ 3,000 บาท) โดยเฉพาะ Logitech Keyboard Case หรือ คีย์บอร์ดไร้สายที่ทำหน้าที่เป็นทั้งเคส และขาตั้ง iPad 2 ได้ในตัว โดยวัสดุที่ใช้ในการผลิตมีความแข็งแกร่งทนทานระดับเดียวกันกับเครื่องมือที่ใช้ในกองทัพเลยทีเดียว
      ส่วนคีย์บอร์ดอีกตัวหนึ่งจะมีทั้งรุ่นทีใช้กับ iPad และสำหรับแท็บเล็ต Android โดยมาพร้อมกับกล่องที่สามารถพับเป็นขาตั้ง และคุณสมบัติการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ที่เซ็ตอัพให้ใช้งานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว สนนราคาอยู่ที่ 69.99 เหรียญ หรือประมาณ 2,100 บาท
      นอกจากนี้ Logitech ยังได้เปิดตัว "ลำโพงไร้สายบลูทูธ" (Blutooth Wireless Speaker) ที่มีดีไซน์เรียบง่าย แต่ให้พลังเสียงระดับคุณภาพ สนนราคาอยู่ที่ 99.99 เหรียญฯ (ประมาณ 3,000 บาท) สามรถทำงานได้แม้อยู่ห่างจากแท็บเล็ต หรือ iPad ไกลถึง 50 ฟุต (ประมาณ 15.24 เมตร) แน่นอนว่า การเติบโตของแท็บเล็ต และ iPad ย่อมเป็นที่ดึงดูดของผู้ผลิตอุปกรณ์เสริม โดยเฉพาะผู้ผลิตชั้นนำอย่าง Logitech คงไม่ปล่อยตลาดนี้ไปแน่
เว็บไซต์ในข่าว: Logitech

4.02.2554

The Sandy Bridge: Intel Core i7-2600K & Core i5-2500K Tested


นับตั้งแต่วันที่อินเทลได้เปิดตัว Core Microarctecture จนถึงทุกวันนี้ ก็เรียกได้ว่า Sandy Bridge นั้นถือได้ว่า เป็นสถาปัตยกรรมในยุคที่สอง ของอินเทล Core i series ซึ่งในการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ที่สำคัญมากที่สุดก็คือ จะเริ่มมีการพอร์ตซีพียูทั้ง i3 i5 i7 ลงมาเป็นซอกเก็ต 1155 ทั้งหมด ผิดกับที่ในยุคที่ Core i ออกมาใหม่ๆในตอนนั้นยังคงมี 1366 สำหรับ Core i7 รุ่นแรกๆ และ 1156 สำหรับรุ่นเล็ก
Intel Sandy Bridge นั้นถือเป็นการพัฒนาสถาปัตยกรรมในจังหวะ Tock ซึ่งจะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่ถือกำเหนิด Core Microarchiture โดย Sandy Bridge นั้นจะยังคงใช้การผลิตในขนาด 32 นาโนเมตร ตามสเต็ปเดิมๆ (ให้สังเกตดูรูปครับ)


เพื่อให้เกิดการเห็นภาพที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย ผมจึงจะขอยกเอา Line up ของซีพียูในแต่ละรุ่น ในแพลตฟอร์มของ Sandy Bridge มาให้ได้ชมกันแบบจะๆ ชัดๆกันไปก่อนเป็นอันดับแรกเลยครับสำหรับ Core i ในเจเนอร์เรชั่นใหม่ หรือ Sandy Bridge นี้นั้น ก็ง่ายๆครับไม่มีอะไรยากตามตาราง คือเรื่องของการเรียกชื่อ ที่จังยังมีการใช้ชื่อ Core i3/5/7 โดยจะเพิ่มชื่อเลข 2 เข้ามา เป็นการสื่อว่า Generation ที่สอง และในส่วนของ Suffix ที่นอกจากจะทีรหัส K ที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกันดีกับซีพียูที่มีการ Unlock หรือ ปลดล็อคตัวคูณมาแล้ว ยังจะมีรหัส S ที่เป็นรุ่นประหยัดไฟ และรุ่น T ประหยัดไฟพิเศษ (TDP 35watt)
แพลตฟอร์มใหม่จากอินเทลนั้น สำหรับซอกเก็ตใหม่ 1155 มาพร้อมกับชิปเซ็ตอินเทลตระกูล 6 ที่เรากำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคที่อินเทล นำเอา Northbridge เข้าไปรวมในซีพียูอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะแพลตฟอร์ม Intel 6 series นั้นจะเป็นแพลตฟอร์มชิปเดี่ยวโดยสมบูรณ์ โดยในรูปด้านบนจะเป็น Block Diagram ของบอร์ดที่ใช้ชิป P67 ก็จะแสดงให้เห็นชัดเจนครับว่าชิปเซ็ต P67 นั้นจะมีหน้าที่เพียงแค่ควบคุมการทำงานของระบบบัสสำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆเช่นฮาร์ดไดร์ฟและ PCI E ในส่วนที่เป็น expansion slot จริงๆ ที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นเมมโมรี หรือ PCIE 2.0 สำหรับกราฟฟิคการ์ด ตัวซีพียูก็จะเป็นตัวจัดการเองทั้งหมด
และสำหรับการใช้งานกราฟฟิคแบบ Integrated Intel HD Graphics ใน Sandy Bridge นั้น อินเทลก็ยังคงให้ใช้ชื่อรหัส “H” สำหรับชิปเซ็ตที่จะนำมาทำงานร่วมกับกราฟฟิคแบบอินติเกรตในตัวซีพียู แทนที่จะเป็น P67 แบบในภาพกล่าวคือบอร์ด H67 นั้นก็จะมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อจอ อย่าง VGA หรือ Digital HDMI / DVI มาให้ในตัวเมนบอร์ดด้วยเลยนั้นเองครับ
Intel Ring Bus
การเปลี่ยนแปลงจุดหนึ่งของ Sandy Bridge นั้นก็คือ การที่ Sandy Bridge นั้่นมีการรวมเอาตัวประมวลผลกราฟฟิค เข้ามารวมในชุด DIE เดียวกันของตัวซีพียู ดังนั้น และโครงสร้างของ Memory Controller แบบใหม่ รวมไปถึง Level 3 cache ที่ทำงานโดยขึ้นตรงกับตัวซีพียู จึงทำให้ใน Sandy Bridge นั้น จะไม่มี Uncore Clock อีกต่อไป L3 cache นั้นจะทำงานโดยขึ้นกับซีพียูทั้ง 4 คอร์โดยตรง และตรงนี้จะสังเกตจากรูปได้ว่า Ring bus นั้นก็คือ การเชื่อมต่อความเร็วสูงภายในตัว Core DIE ที่จะเชื่อมเอา LLC (Last Cache Level) เข้ากับองค์ประกอบทั้งหมดของระบบอย่างเป็นเอกภาพกลมกลืน ตั้งแต่ซีพียูทั้งสี่คอร์ กราฟฟิค และชุดควบคุมระบบ (บัสความเร็วสูงภายนอกซีพียู เช่น PCIE)
นั้นหมายถึง LLC ในตัวชิปชุดนี้นั้น จะทำงานด้วยความเร็ว(ความถี่) เท่าเทียมกับตัว CPU Core ทำให้ความเร็วในการทำงานและเข้าถึงข้อมูลนั้นเร็วกว่าการเชื่อมต่อ L3 Cache ในสถาปัตยกรรม Nehalem แบบเดิม ซึ่งจำเป็นต้องใช้กลุ่มของสายตัวนำขนาดเล็กๆในแกนกลางมากมายเพื่อเชื่อมต่อ LLC กล่าวคือ องค์ประกอบทั้งหลาย บน DIE ชุดนี้ ไล่ตั้งแต่ CPU Core ทั้งสี่แกน ตัวประมวลผลกราฟฟิค และส่วนเชื่อมต่อบัสความเร็วสูงอื่นๆ (ชิป North-Bridge เก่าที่ถูกรวมไว้ในตัวซีพียู) จะสามารถเข้ามาดึงข้อมูลไปจาก Level 3 Cache ได้อย่างรวดเร็ว โดยตรงนี้ ทางอินเทลได้ระบุไว้ว่า Ring Bus นั้นจะเลือกเอา path ที่สั้นที่สุดในการติดต่อหาข้อมูลจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ซึ่งเราก็ต้องมาดูจากผลการทดสอบกันครับว่าการปรับปรุงทั้งหลายทั้งปวงนี้ จะทำให้มีผลต่อประสิทธิภาพมากเพียงใดโดยใน Sandy Bridge นี้ ตัวซีพียู นั้นจะมีการฝังรวมเอา Memory Controller ชนิด Dual Channel DDR3-1333MHZ เช่นเดิมครับ
เราได้เห็นพัฒนาการของเทคโนโลยี “Turbo boost” ตั้งแต่ครั้งที่ Core i7 ซีรียส์ 9 ในซอกเก็ต 1366 เปิดตัวมา ครั้งนั้นผมจำได้ว่ามันเป็นอะไรที่ธรรมดาๆมากครับ แค่เวลาที่มีโหลดไม่ครบจำนวนหัวซีพียู ตัวคูณจะปรับเพิ่มขึ้นให้แค่ 1x และผมก็ได้เห็นพัฒนาการอีกในซีพียู Core i5 ทั้งตัว 1156 และเวอร์ชั่นโมบาย ที่เพิ่มความเร็ว Turbo ให้สูงขึ้นจนน่าตกใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเพิ่มความเร็วซีพียูใน Core i รุ่นก่อนหน้านี้นั้น จะเป็นการเพิ่มความเร็วที่อิงมาจากค่า TDP (Thermal Design Power)
แต่ใน Sandy Bridge นั้น การเพิ่มความเร็ว Turbo boost นั้นจะสามารถทำการเพิ่มความเร็วได้ถึง 4 เสต็ป (ซึ่งก็ดูเหมือนไม่มีอะไรแปลกใหม่) หากสงสัยว่า 4 step เป็นอย่างไร ก็ลองสังเกตดูที่รูปด้านบนเอาครับ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น การเพิ่มความเร็วซีพียูจาก Turbo boost นั้นจะไม่ใช่การอิงจากความสามารถจาก TDP อีกต่อไป แต่จะเป็นการอิงจากความ อุณหภูมิ แทน กล่าวคือ หากอากาศเย็นๆ ระบบระบายความร้อนดีดี ซีพียู Sandy Bridge ก็อาจจะสามารถทำงานได้ที่ความเร็วที่สูงกว่าค่า TDP ที่โรงงานกำหนดมาให้ได้นั้นเอง ซึ่งข้อมูลตรงนี้ ก็กำลังรอการพิสูจน์ จากบททดสอบกันต่อไปครับในด้านของความสามารถของ Intel HD Graphics ภายในตัวซีพียูนั้น ก็ได้มีการปรับปรุงความสามารถเพิ่มขึ้นในหลายๆด้าน ตั้งแต่การรองรับ DIrect X 10.1 , SM4.1 รวมไปถึงความสามารถในการปรับความเร็ว (Dynamic Frequency Scaling) และที่สำคัญคือเทคโนโลยี Turbo boost นั้น ได้ถูกนำมาประยุคใช้ กับตัว Intel HD Graphics ภายในซีพียูตัวนี้แล้วด้วยครับ โดยตัว Intel HD Graphics จะมี 2รุ่นคือ Intel HD Graphics 2000 สำหรับซีพียูรุ่นที่ใช้รหัสลงท้ายว่า S ,T และรุ่นที่ไม่มีรหัสตัวอักษรต่อท้าย และ Intel HD Graphics 3000 สำหรับซีพียูรุ่นที่ใช้รหัสลงท้ายว่า K ซึ่งถือเป็นรุ่นสูงสุดของซีพียูซีรีย์นี้ครับ

The Sandy Bridge Review: Intel Core i7-2600K and Core i5-2500K Tested


3.31.2554

10 อันดับสุดยอด Gadget ปี 2010 จาก นิตยสาร Time

การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้สอยและเพิ่มความสะดวกสบายตลอดจนสร้างความสุขให้กับคนทั่วโลกมีมาอย่างไม่ขาดช่วง สิ่งหนึ่งที่จูงใจนักพัฒนาเหล่านั้นก็คือมูลค่าทางการตลาดที่กว้างไกลที่ดำเนินการโดยบริษัทไอทีที่คอยกระจายสิค้าใหม่ๆออกไปทั่วโลก การกระจายสินค้ายิ่งไกลหมายถึงสินค้าที่ผลิตก็ยิ่งมาก เมื่อขายได้มากขึ้นเท่าไหร่นั่นก็หมายถึงจำนวนเงินที่ไหลมาเทมาก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แรงจูงใจต่อมาของนักพัฒานาก็คือ ไม่สามารถหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ นิ่งเมื่อไหร่ตายเมื่อนั้น ดังนั้นแรงจูงใจอันนี้จึงเป็นแรงจูงใจภาคบังคับที่ต้องถีบตัวเองให้ทันสมัย สด และล้ำหน้ากว่าคู่แข่งอยู่เสมอ ต่อไปนี้จะเป็นผลผลิตทางไอทีที่ได้รับการพัฒนาและเข็นลงสู่ตลาดและได้รับการตอบรับจากคนทั่วโลกเป็นอย่างดีไปเรียบร้อยแล้วในปี 2010 สิบอันดับที่ดีที่สุดต่อไปนี้เป็นการจัดอันดับโดยนิตยสาร Time เริ่มจากอันดับสิบก่อนนะครับ



10.Nook Color
สำหรับ e-reader ต้องยกให้ Nook Color จาก Barnes & Noble

9.Kinect
สุดยอดเครื่องเล่นเกมส์แห่งปีจาก Microsoft ที่ได้รับความนิยมแซงหน้า Wii ไปแล้ว สำหรับเครื่องเกมส์แบบ Motion-Controlled

8.Toshiba Libretto Dual-Screen
โน้ตบุ๊กจอคู่ในฝันจากโตชิบา กับหน้าจอทัชสกรีนคู่ขนาด 7 นิ้ว พร้อมคีย์บอร์ดระบบสัมผัส ที่ผลิตขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ของโตชิบา กับการเป็นผู้ผลิตโน้ตบุ๊กเครื่องแรกของโลก

7. Apple TV
ด้วย AppleTV ที่จะเปลี่ยนห้องนั่งเล่นและโทรทัศน์ของคุณให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ที่ฉายตาม ใจคุณ คุณสามารถที่จะซื้อหรือเช่าภาพยนตร์ผ่าน AppleTV ได้โดยตรง โดยไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงรายการ TV Show, เพลง และมิวสิควิดีโอ อีกมากมาย เพียงไม่กี่คลิ๊กด้วยรีโมตคอนโทรล

6. iPhone 4
โทรศัพท์มือถือที่หลายคนรอคอยจาก Apple สำหรับ iPhone 4 ทำยอดขายใน 3 วันแรกได้อย่างถล่มทลายถึง 1.7 ล้านเครื่อง ขาดตลาดกันเลยทีเดียว

5. Nexus One
Nexus One นับว่าเป็นมือถือเครื่องแรกและเครื่องเดียวที่ถูกออกแบบพิเศษโดย Google ที่ได้เพิ่มความได้เปรียบของแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ให้เหนือกว่าแอนดรอยด์โฟนตัว อื่น ๆ ซึ่ง Google เรียกเจ้าโทรศัพท์เครื่องนี้ว่า “Super Phone”

4. Google TV Via Logitech
สำหรับ Gadget ที่สามารถนำคุณไปสัมผัสกับ GoogleTV ได้ดีที่สุด คงต้องยกให้ Logitech Revue Box

3. MacBook Air 11″
ด้วยความบางเฉียบกว่าใคร และมีน้ำหนักที่น้อยประมาณ 1 กิโลกรัม รวมถึงยังมีประสิทธิภาพที่น่าจับตามอง ทำให้ Macbook Air รั้ง อันดับ 3 ในฐานะโน้ตบุ๊กที่ฮอตที่สุด

2. Samsung Galaxy S
สำหรับปี 2010 นั้น นับว่าเป็นปีของโทรศัพท์แอนดรอยด์อย่างแท้จริง โดยมีสมาร์ทโฟนกว่า 9 ล้านเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์(รายงานจาก Canalys) และ Samsung Galaxy S ก็นับว่าเป็นแอนดรอยด์โฟนหมายเลขหนึ่งของปี 2010
1. iPadอันดับหนึ่งคงหนีไม่พ้น iPad ถึงแม้ว่า iPad จะไม่ใช่แท็บเล็ตเครื่องแรกของโลก แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถจำหน่ายได้ถึง 3 ล้านเครื่องในเดือนแรกที่ทำการวางจำหน่าย

ที่มา Notebook888 , Time

3.28.2554

สงครามเบราเซอร์


เว็บเบราเซอร์(Web Browser)หรือ"โปรแกรมค้นดูเว็บ" พูดง่ายๆก็คือโปรแกรมเอาไว้ท่องเว็บ พูดให้ง่ายกว่านี้อีกก็คือโปรแกรมที่คุณเปิดอยู่ตอนนี้....เค้าเรียกในภาษาอังกฤษว่า Web Browser ซึงเป็นซอฟแวร์ที่จำเป็นสำหรับเทคโนโลยีของโลกอินเตอร์เน็ตนั่นเอง ปัจจุบันผู้ผูกขาดตลาดส่วนนี้คือ Internet Explorer ที่ติดมากับWindows เฉพาะประเทศไทยประเทศเดียวก็ปาเข้าไปร่วม 80-90%แล้วซึ่งหลายคนก็เข้าใจผิดไปอีกว่าในโลกนี้มีแค่ Internet Explorer เจ้าเดียวเท่านั้น ที่สามารถท่องเน็ตได้ แท้ทีจริงแล้วมีอีกบานหทัยที่ดังๆก็คือ  Mozilla Firefox, Opera, Safari Chromeฯลฯ การปล่อยเบราเซอร์เข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตของมอสิลาไฟฟ๊อกซ์ ในวันที่ 22 มีนาคม 2544 ที่ผ่านมานั้นทำให้เกิดการพูดถึงมากที่สุดหลังจากที่ chrome ได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดมากมายจนทำให้ Fire fox ต้องเข้าสู่ยุคตกต่ำเพราะโดนขนาบข้างทั้งสองเบราเซอร์ชื่อดังของโลกที่สดกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เบราเซอร์อย่าง Chrome ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่บางเบา รวดเร็ว และรูปแบบง่ายๆ จน IE8(Internet explorer8) ต้องตกขอบไปชั่วขณะหนึ่ง
Fire Fox ได้เปลี่ยนรูปแบบให้บางเบา เปรียว  รวดเร็วขึ้น แถมด้วยความปลอดภัยสูงสุดและที่พลาดไม่ได้ก็คือความเป็น Fire Fox ที่พร้อมสำหรับการใส่ Plug in Online ที่ทุกคนชอบใช้ในการท่องเน็ตเหมือนเดิม เวอร์ชั่น 4 ของ Fire Fox ที่โลดแล่นอยู่บนไซเบอร์ขณะนี้ทำให้เกิดสงครามเบราเซอร์ยุคใหม่ขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เพราะไม่กี่วันคล้อยหลัง Internet Explorer 9 หรือ IE9 ต้องเปิดตัวโลดแล่นเข้าสู่โลกไซเบอร์ เช่นเดียวกับ Fire Fox. 4 ที่เปิดตัวก่อนหน้านั้น
Fire fox 4  นั้น ใช้ได้ดีกับ windows, Linux และ Mac “จริงๆแล้ว IE9 นั้นมีส่วนการทำงานที่คล้ายคลึง กับ Chrome มากกว่า Fire Fox  ซึ่งจุดนี้ทำให้เราสามารถเรียกส่วนแบ่งการตลาด   กลับมามากขึ้นหลังจากที่เราต้องเสียมันไปในไม่กี่ปีที่ผ่านมา”  ทีมงานของ Fire Fox  กล่าวในวันเปิดตัว

                      ดาว์นโหลด Fire Fox4 ที่นี   ดาว์นโหลด IE9 ที่นี   ดาว์นโหลด Chrome ที่นี่
 




3.27.2554

MS WebMatrix เครื่องมือสร้างเว็บ ฟรี!!!

WebMatrix เป็นเครื่องมือพัฒนาเว็บไซต์จาก Microsoft ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเตรียมความพร้อมในการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูล หรือแม้แต่อีคอมเมิร์ซได้อย่างง่ายดาย โดยมันจะช่วยผู้ใช้ติดตั้งระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล ตลอดจนเครื่องมือในการพัฒนาโค้ดโปรแกรมได้ ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถดาวน์โหลด และใช้งาน WebMatrix ได้ฟรี!!! อย่างไรก็ดี WebMatrix ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือพัฒนาเว็บไซต์แจกฟรีที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ โดยเฉพาะผู้พัฒนาเว็บไซต์มือใหม่จะต้องชอบอย่างแน่นอน

WebMatrix มาพร้อมกับเครื่องมือในการพัฒนา และเผยแพร่เว็บไซต์บนแพลตฟอร์ม Open Source ที่มีให้เลือกถึง 36 รายการ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้สร้างเว็บไซต์จากภาษาโปรแกรมพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น HTML, CSS, XML, JavaScript, ASP.NET เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมแก้ไขโค้ดคำสั่งที่มาด้วยกันจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาโค้ดเว็บได้ภายในอึดใจ ผู้ใช้มือใหม่ไม่ต้องกังวลว่าจะเริ่มต้นพัฒนาเว็บไซต์อย่างไร เพียงแค่เลือกแพลตฟอร์มที่ต้องการจาก Web Gallery หลังจากนั้นระบบจะดาวน์โหลด และติดตั้งระบบให้พร้อมพัฒนาได้ภายในอึดใจ นอกจากจะช่วยให้การพัฒนาเว็บไซต์สามารถทำได้โดยง่ายแล้ว มันยังมีคำแนะนำตลอดจนรายงานเกี่ยวกับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ รวมถึงการอัพโหลดโค้ดไปบนเซิร์ฟเวอร์ทีใช้เผยแพร่เว็บไซต์ด้วยเครื่องมือยอดฮิตอย่าง FTP ได้อีกด้วย สำหรับคุณผู้อ่านที่สนใจ WebMatrix สามารถดาวน์โหลดได้ที่ WebMatrix


Create your website















เริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม MicrosoftWebMatrix และติดตั้งโปรแกรมภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที เพียงเท่านี้คุณสามารถใช้งาน web application เวอร์ชันล่าสุด ได้อย่างง่ายดายทั้งWordPressJoomla!DotNetNuke และ Orchard.เป็นต้น
Customize your website

ทันทีที่คุณใช้ WebMatrix คุณจะพบทันทีว่ามีเครื่องมือทั้งหมดที่จำเป็นต่อการทำ single unified interface โบกมือลาวิธียุ่งยากเดิมๆที่ต้องสลับไปมาระหว่างApplication Programต่างๆ วิธีทำงานด้วยWebMatrixนั้น เพียงคลิกเดียวคุณก็สามารถแก้ไขไฟล์ จัดการฐานข้อมูล และปรับเปลี่ยนการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างง่ายดาย
Publish your website WebMatrix มีวิธีการPublishเว็บไซต์ของคุณขึ้นบนอินเตอร์เน็ตอย่างน่าทึ่ง ในโฮสต์ติ้งแกลลอรี่ของWebMatrix คุณสามารถเลือกใช้Hosting  Provider มืออาชีพที่เหมาะสมและตอบโจทย์การใช้งานเว็บไซต์อย่างราบรื่น และคุณยังสามารถPublishเว็บไซต์ได้โดยตรงจาก WebMatrix.



Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More